แผนที่แม่ฮ่องสอน

ข้อมูลเบื้องต้น

แผนที่แม่ฮ่องสอน เข้าดูแผนที่

หมอกสามฤดู กองมูเสียดฟ้า ป่าเขียวขจี ผู้คนดีประเพณีงาม ลือนามถิ่นบัวตอง

จังหวัดแม่ฮ่องสอนตั้งอยู่ทางตอนบนของภาคเหนือ เป็นหนึ่งในหลายจังหวัดชายแดนด้านตะวันตกของไทย มีความโดดเด่นในหลายลักษณะ ทั้งสภาพภูมิประเทศและความหลากหลายของประชากร จากหลายกลุ่มชาติพันธุ์ เป็นจังหวัดที่มีประชากรเบาบางที่สุดในประเทศ โดยมีประชากรน้อยมากเป็นอันดับ 3 ในขณะที่มีพื้นที่มากเป็นอันดับ 8 ของประเทศแม่ฮ่องสอนได้ชื่อว่าเป็น “เมืองสามหมอก” เนื่องจากเป็นเมืองที่ล้อมรอบด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน อากาศเย็นและมีหมอกปกคลุมตลอดทั้ง 3 ฤดูของปี มีป่าไม้หนาแน่น ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ทิวทัศน์สวยงาม มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม และมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจและเป็นที่นิยมทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติมากมาย นับเป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่สำคัญอีกจังหวัดหนึ่งของภูมิภาคและของประเทศสมัยก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ เมืองแม่ฮ่องสอนเดิมเป็นชุมชนบ้านป่า ไม่มีผู้ใดปกครอง มีชาวไทยใหญ่บางส่วนจากชายแดนประเทศสหภาพพม่าที่อพยพเข้ามาทำมาหากิน ทำไร่ทำสวนเป็นบางฤดูกาล ความสำคัญของเมืองนี้ในสมัยนั้น เป็นเพียงทางผ่านของกองทัพพม่า ที่เดินทัพไปยังกรุงศรีอยุธยาหรือหัวเมืองฝ่ายเหนือของไทยในปี พ.ศ. 2433 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดให้รวมเมืองแม่ฮ่องสอน เมืองขุนยวม เมืองยวม (แม่สะเรียง) และเมืองปาย ตั้งเป็นเขตปกครองที่เรียกว่า “บริเวณเชียงใหม่ตะวันตก” ตั้งที่ว่าการอยู่ที่เมืองขุนยวม แล้วย้ายไปตั้งที่เมืองยวมในปี พ.ศ. 2446 ต่อมาในปี พ.ศ. 2453 ก็เปลี่ยนชื่อเขตอีกครั้งเป็น “บริเวณพายัพเหนือ” แล้วย้ายที่ว่าการไปตั้งที่เมืองแม่ฮ่องสอน และขึ้นตรงต่อข้าหลวงใหญ่มณฑลพายัพจนกระทั่งในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้ถูกยกฐานะขึ้นเป็น “จังหวัดแม่ฮ่องสอน” จนถึงปัจจุบัน

แผนที่กูเกิ้ล


รูปภาพ

5 อันดับสถานที่

1

แม่น้ำปาย

เป็นแม่น้ำสายที่มีความกว้างใหญ่และยาวที่สุดของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาถนนธงชัยและทิวเขาแดนลาวในเขตอำเภอปาย แล้วไหลมาตามหุบเขาจากทิศเหนือลงมาทางทิศใต้ เป็นแม่น้ำที่ไหลผ่าน 3 อำเภอของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เริ่มจากอำเภอปายไปยังอำเภอปางมะผ้า ก่อนผ่านเข้าสู่อำเภอเมือง จากนั้นก็จะไหลลงสู่แม่น้ำสาละวินในขตรัฐคะยา สหภาพเมียนม่าห์ แม่น้ำปายมีความยาวประมาณ 180 กิโลเมตร กว้างโดยรวม 30 เมตร และช่วงที่ลึกสุดประมาณ 7 เมตร พื้นใต้น้ำเป็นกรวดทรายทำให้น้ำใส และน้ำมีความเย็นตลอดทั้งปี หน้าฝนจะมีกระแสน้ำที่เชี่ยวมาก ในยามหน้าแล้งก็ยังคงมีน้ำที่ลึกประมาณ 1 เมตร

มีกิจกรรมที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเมื่อมาเยือนจังหวัดแม่ฮ่องสอนคือ การล่องแก่งซึ่งมีความยากตั้งแต่ระดับ 2-3 ในเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์และความยากระดับ 3-5 ในเดือนมิถุนายน-กันยายน ซึ่งมี 2 ระยะทาง คือเริ่มต้นจากแม่น้ำปาย บริเวณอ.ปาย สิ้นสุดที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ บ้านปางหมู อำเภอเมือง ระยะทางประมาณ 70 กม. ส่วนเส้นทางที่สองเริ่มต้นจากแม่น้ำของ ซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำปาย อ.ปางมะผ้า สิ้นสุดที่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ บ้านปางหมู ในตัวอำเภอเมืองเช่นกัน ระยะทางประมาณ 45 กม. นอกจากจะได้ัมผัสความสวยงามของป่าเขา ทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำแล้วในระหว่างเส้นทางยัง มีแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมหลากหลายให้ได้แวะชม อาทิ น้ำตกซู่ซ่าที่ตกจากหน้าผาสูง แช่ตัวในบ่อโคลน พุน้ำร้อน การชมถ้ำ โดดหน้าผา มีแก่งใหญ่น้อยที่ผ่านถึง 15 จุด ให้ได้สนุกตื่นเต้น ซึ่งบางแก่งเป็นช่วงยาวตั้งแต่ 50-100 เมตร นอกจากการล่องแก่งที่จะหยุดกิจกรรมในหน้าแล้งที่มีน้ำน้อยแล้ว ยังมีกิจกรรมการล่องแพชมธรรมชาติ หรือจะเลือกการนั่งเรือหางยาวจากท่าเทียบเรือบ้านห้วยเดื่อไปเที่ยวชมหมู่บ้านกระเหรี่ยงคอยาวที่บ้านน้ำเพียงดินซึ่งเป็นเขตชายแดนไทย-พม่าสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยว จังหวัดแม่ฮ่องสอน โทร. 0 5361 2982-3

2

ปาย

ปายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวสามารถหากิจกรรมที่น่าสนใจทำกันได้ทั้งในช่วงกลางวันและยามค่ำคืน ถ้าเรามีเวลาในช่วงกลางวันบ้างแล้ว ควรที่จะวอร์มร่างกายออกไปเที่ยวดูรอบๆ ตัวเมือง แวะถ่ายรูปคู่กับสถานที่ต่างๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึก ไม่ว่าจะเป็นการเดินเดินทางไปนมัสการวัดพระธาตุแม่เย็น ไปนอนแช่น้ำแร่จากธรรมชาติที่น้ำพุร้อนท่าปาย และต่อด้วยชมสะพานประวัติศาสตร์ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ่อน้ำพุร้อนนัก หรือถ้าต้องการถ่ายรูปเน้นๆ สามารถเดินทางไปที่คอฟฟี่อินเลิฟ กินขาหมูสุดอร่อยที่หมู่บ้านจีนยูนนาน หรือผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติเมืองเหนือสามารถไปขี่ช้าง นั่งเล่นชมลำน้ำปายบนแพไม้ไผ่ก็สามารถเลือกสนุกได้ ในยามค่ำคืนไฮไลท์กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดคือ การเดินทางไปถนนคนเดินเมืองปาย ที่นี่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งโหยหาที่จะมาสัมผัสบรรยากาศยามเย็นแสนสบายพร้อมเลือกดูของที่ระลึก ซึ่งเป็นเหมือนงานศิลปะชิ้นเอกของศิลปินชั้นยอดที่รวมตัวกันอยู่ในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ บรรยากาศช่วงค่ำคืนของปาย เย็นสบายเหมือนได้เดินในห้องแอร์ขนาดใหญ่ ตลอดเส้นทางของถนนคนเดินมีแสงไฟที่ห้อยระย้าช่วยเพิ่มสีสันของท้องฟ้ามืดสนิท กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง พ่อค้าแม่ค้าที่นี่ยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นกันเองกับนักท่องเที่ยว มีการจัดวางของขายที่หลากหลายตลอดสองฝั่งถนนเส้นนี้ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าเครื่องประดับ หรือของฝาก ของที่ระลึก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานทำมือที่อาศัยไอเดียแปลกใหม่เป็นจุดขาย บรรยากาศร้ายรวงข้างทางก็ตกแต่งสวยงาม จนหลายคนอดใจไม่ไหวแวะเข้าไปเก็บภาพคู่กับอาคารต่างๆ ไว้เป็นที่ระลึก

บนถนนคนเดินปายสายนี้ไม่ได้มีเพียงแต่สินค้า และของที่ระลึก เสื้อยืดและโปสการ์ดที่ออกแบบเก๋ๆ ลายแปลกตาเท่านั้น แต่ยังเป็นที่รวบรวมศิลปะและวัฒนธรรมในแบบต่างๆ ไว้ด้วยกัน สังเกตจากบนถนนปายจะมีดนตรีพื้นบ้าน ซะล้อ ซอ ซึง ผลัดกับการแสดงของเด็กวัยใส นำเสนอการฟ้องนก การรำดาบ ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงของชาวไทยใหญ่ แล้วยังมีการแสดงของน้องๆ ชาวเขาเผ่าต่างๆ มาเต้นตามจังหวะเพลงของแต่ละเผ่าที่แตกต่างกันออกไป ที่ปายมีอาหารอร่อยหลายอย่างให้ได้ลิ้มลอง เช่น ขนมจีนนั่งยองรสชาติอร่อยในบรรยากาศแสนผ่อนคลายถูกใจใครหลายๆ คน หากอากาศหนาวก็ยังมีข้าวปุกงาร้อนๆ จากเตาที่มีรสชาติอร่อยไม่เหมือนใคร หรือดับกระหายด้วยน้ำสมุนไพรใส่กระบอกไม้ไผ่ ให้เราได้เดินไป กินไป ชมบรรยากาศสองฝั่งถนนไป อาจทำให้เราเดินเพลินจนไม่รู้เหนื่อย บนถนนคนเดินปายแห่งนี้เรียกได้ว่าตอบสนองนักท่องเที่ยวได้อย่างครบรสชาติไม่ว่าจะชอบซื้อของแนวไหน จะมาเดินคนเดียวหรือมากับครอบครัว มากับแฟนหรือมากับเพื่อน ก็สนุกไม่แพ้กัน เรียกได้ว่าเดินรอบเดียวอาจไม่พอด้วยซ้ำไป ใครมาเที่ยวเมืองปายแล้วไม่ได้มาชมบรรยากาศถนนคนเดินยามค่ำคืนแล้วละก็มาไม่ถึงเมืองปายแน่นอน
การเดินทาง

จากจังหวัดเชียงใหม่ มายังอำเภอปาย ใช้เส้นทางเชียงใหม่-แม่ริม แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1095 แล้วขับยาวมุ่งหน้าเข้าสู่อำเภอปาย รวมระยะทาง 137 กิโลเมตร

3

วัดพระธาตุดอยกองมู

เดิมชื่อ วัดปลายดอน ตั้งอยู่ที่ดอยกองมู ทางทิศตะวันตกของอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ถือเป็นวัดและพระธาตุประจำจังหวัด

พระธาตุดอยกองมู เป็นปูชนียสถาน ประกอบด้วย พระธาตุเจดีย์ ศิลปะไทใหญ่-พม่า จำนวน 2 องค์

4

ทุ่งบัวตองแม่อูคอ

จะบานสะพรั่งดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามา เยือน และชมความงดงาม ของท้องทุ่งที่เต็มไปด้วยสีเหลืองส้มปกคลุมเต็มเทือกเขา ทุ่งบัวตองอยู่ในเขต บ้านสุรินทร์ ต.ยวมน้อย อ.ขุนยวม มีพื้นที่ครอบคลุมบริเวณ ประมาณ 1,000 ไร่ และจะบานสะพรั่งในช่วงเดือน พฤศจิกายน- ต้นเดือนธันวาคม เกือบสุดปลายทางถนน 108 ที่อำเภอขุนยวมใน ฤดูหนาวนักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมทุ่งดอกบัวตองบาน ทุ่งดอกบัวตองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมีให้ชมเพียงปีละครั้งเท่านั้น

5

ถ้ำลอด ปางมะผ้า

เป็นถ้ำที่มีชื่อเสียง สวยงาม และเข้าชมได้ง่ายสะดวกสบายที่สุดในบรรดาถ้ำทั้งหมด การเข้าชมถ้ำจาก ด่านด้านหน้าต้องเดินเท้าเข้าไปประมาณ 350 เมตร พร้อมคนนำทางและตะเกียงส่องทาง สาเหตุที่ไม่มีการติดตั้ง ไฟในถ้ำต่างๆก็เพื่อเป้นการรักษาถ้ำเหล่านี้ให้สวยงามและคงเดิมอยุ่ตลอดเวลา อีกทั้งยังสร้างรายได้เสริมให้กับ ชาวบ้านใกล้เคียงที่สมัครมาเป็นคนนำทางให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย เมื่อถึงบริเวณปากทางเข้าถ้ำนักท่อง เที่ยวส่วนใหญ่ก็มาถึงบางอ้อว่าทำไมถ้ำแห่งนี้ชื่อว่า “ถ้ำลอด” นั่นเป็นเพราะถ้ำแห่งนี้มีสายน้ำไหลผ่านตั้งแต่ปาง ทางเข้าถ้ำไปจนถึงถ้ำสุดท้ายที่อยู่ภายในโพรงแห่งนี้มีความยาวกว่า 500 เมตร กว้าง 20 เมตร สูง 50 เมตร สายน้ำกัดเซาะโพรงถ้ำแห่งนี้มากกว่าล้านปี ก่อเกิดเป็นถ้ำใหญ่ๆถึง 3 แห่ง ได้แก่ ถ้ำเสาหิน ถ้ำตุ๊กตา และถ้ำผีแมน

ที่พัก



ติดตาม & แชร์