ภาษาไทย

แผนที่มุกดาหาร

ข้อมูลเบื้องต้น

แผนที่มุกดาหาร เข้าดูแผนที่

หอแก้วสูงเสียดฟ้า ภูผาเทิบแก่งกะเบา แปดเผ่าชนพื้นเมือง ลือเลื่องมะขามหวาน

กลองโบราณล้ำเลิศ ถิ่นกำเนิดลำผญา ตระการตาชายโขง เชื่อมโยงอินโดจีน

จังหวัดมุกดาหารเป็นจังหวัดชายแดนแห่งสำคัญ เป็นที่ตั้งของสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 ซึ่งเปรียบเป็นประตูที่เปิดไปสู่กลุ่มประเทศอินโดจีน คือ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและประเทศเวียดนาม ที่นับวันจะทวีความสำคัญทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมมากขึ้นมุกดาหารโดดเด่นในด้านความหลากหลายของเชื้อชาติ เนื่องจากพลเมืองของจังหวัดประกอบด้วยชนพื้นเมืองต่างๆ หลากหลายเผ่า มุกดาหารจึงเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมอันงดงามและมีเอกลักษณ์โดดเด่นมากมายนอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ทั้งบนบกและในน้ำ จึงนับเป็นจังหวัดท่องเที่ยวอีกจังหวัดหนึ่งที่น่าสนใจและไม่ควรมองข้ามจังหวัดมุกดาหารมีเนื้อที่ประมาณ 4,340 ตารางกิโลเมตร หรือ 2.7 ล้านไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 52 ของประเทศ สภาพพื้นที่ทางทิศเหนือและทิศใต้เป็นที่ราบสูง ทางทิศตะวันตกเป็นเทือกเขาภูพานมีป่าไม้หนาแน่น ส่วนทิศตะวันออกเป็นที่ราบสลับป่าไม้ และมีแม่น้ำโขงไหลผ่านเป็นระยะทางประมาณ 72 กิโลเมตร เป็นแม่น้ำสายสำคัญของจังหวัดมุกดาหารเริ่มก่อตั้งเป็นเมืองขึ้นในราวปี พ.ศ. 2310 สมัยปลายกรุงศรีอยุธยา เมื่อเจ้ากินรี บุตรชายของเจ้าจันทรสุริยวงศ์ ผู้ปกครองบ้านหลวงโพนสิน ซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณพระธาตุอิงฮัง แขวงสะหวันนะเขต ประเทศ สปป. ลาวในปัจจุบัน ได้ข้ามลำน้ำโขงมาสร้างเมืองขึ้นที่บริเวณปากห้วยมุก แล้วตั้งชื่อเมืองว่า “มุกดาหาร” ต่อมาในปี พ.ศ. 2321 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชก็ได้พระราชทานบรรดาศักดิ์ให้เจ้ากินรีเป็น “พระยาจันทรศรีสุราช อุปราชามัณฑาตุราช” ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองเป็นคนแรกของเมืองมุกดาหารต่อมาเมืองมุกดาหารมีฐานะเป็นเมืองขึ้นของมณฑลอุดร จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2450 มีการปรับเปลี่ยนระบบการปกครอง มณฑลอุดรถูกเปลี่ยนเป็น “จังหวัดอุดร” เมืองมุกดาหารก็ถูกผนวกเข้าเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดนครพนม ชื่อว่า “อำเภอเมืองมุกดาหาร” จนถึงปี พ.ศ. 2525 รัฐบาลจึงได้ออกพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดมุกดาหารขึ้นเป็นจังหวัดที่ 73 ของประเทศไทย และเป็นจังหวัดที่ 17 ของภาคอีสานปัจจุบันจังหวัดมุกดาหารแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองมุกดาหาร อำเภอคำชะอี อำเภอดอนตาล อำเภอนิคมคำสร้อย อำเภอดงหลวง อำเภอหว้านใหญ่ และอำเภอหนองสูง

แผนที่กูเกิ้ล


รูปภาพ

5 อันดับสถานที่

1

ภูผาเทิบ

ธรรมชาตินั้นยิ่งใหญ่จริง ๆ ความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติถ่ายทอดออกมาให้ได้เห็นทั้งปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ และสถานที่เที่ยวนั้น ช่างน่าพิศวงเกินคำบรรยาย เช่นเดียวกับสถานที่เที่ยวแห่งนี้ ภาพของกลุ่มหินที่ซับซ้อนเทินกันเป็นรูปร่างประหลาด ตามจินตนาการ บางกลุ่มหินคล้ายหัวจระเข้ มงกุฎ จานบิน นับเป็นผลงานจากประติมากรรม ที่ใช้ลม ฝน แดด กัดเซาะหินทรายเหล่านี้เป็นเวลาเนิ่นนานหลายปี จนเกิดเป็นสถานที่เที่ยวให้มนุษย์ได้ชมงานศิลป์ทางธรรมชาติชั้นเอก ที่ ภูผาเทิบ

ภูผาเทิบ มีภูมิประเทศเป็นภูเขาหินทรายประกอบด้วยเทือกเขาน้อยใหญ่หลายลูกติดต่อกัน แบบลูกคลื่นและเป็นส่วนปลายสุดของเทือกเขาภูพาน เทือกเขาเหล่านี้วางตัวในลักษณะแนวเหนือ-ใต้ขนาน และห่างจากชายฝั่งแม่น้ำโขงประมาณ 4 กิโลเมตร ในเขตอุทยานฯ มีภูเขาต่าง ๆ มากมาย มียอดภูจอมศรีสูงสุด สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าไม่เต็งรังและป่าเบญจพรรณ ช่วงปลายฤดูฝนต่อด้วยต้นฤดูหนาว ประมาณเดือนตุลาคมเป็นต้นไป เป็นช่วงที่ภูผาเทิบสวยงามที่สุด เพราะลานหินที่เจิ่งนองน้ำ จะมีพรรณพืชออกดอกสวยงามเป็นลานกว้าง เรียกว่าได้ทั้งชมกลุ่มหินรูปร่างแปลกตา และลานดอกไม้สวยงามสลับกันไป แถมยังเป็นช่วงที่น้ำตกไหลเต็มหน้าผาสวยงามที่สุด รวมถึงบรรยากาศที่เย็นสบาย เดินเที่ยวชมไม่ยาก แม้จะไกลซักหน่อยก็ตาม

จุดเด่นที่สุดของการมาเที่ยวภูผาเทิบ ก็คงจะไม่พ้นกลุ่มหินเทิบ เจ้าของประติมากรรมสิ่งก่อสร้างอันน่าตระการตาที่เกิดจากการกัดเซาะของฝน น้ำ ลม และแดด เวลายาวนานกว่าร้อยล้านปี เดินไปตามลานหินจะได้พบกับกลุ่มหินซึ่งตั้งกระจัดกระจายกันไป มีรูปร่างคล้ายรูปไอพ่น จานบิน เก๋งจีน มงกุฎ หัวจระเข้ หอยสังข์ ฯลฯ หินทรายเหล่านี้มีความคงทนที่ต่างกัน ตามลักษณะของการประสานของเนื้อทราย หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่า หินทรายที่มีเนื้อสีน้ำตาลจะเป็นหินทรายชั้นบน ซึ่งมีความคงทน เพราะประกอบไปด้วยซิลิกาและเม็ดกรวดมาก ส่วนหินที่เป็นสีขาวจัด เป็นหินทรายชั้นต่ำลงมาจะไม่คงทนเท่า เพราะมีส่วนผสมของคาร์บอเนตมาก บริเวณกลุ่มหินเทิบประกอบด้วยหินชั้นของมวลหินเสาบัวและกลุ่มหินภูพานของกลุ่มหินโคราช มีการลำดับชั้นหินอยู่ในมหายุคมีโซโซอิด ประกอบด้วยหินโคลน หินทราย หินทรายแป้ง และหินกรวดมนหนาประมาณ 200 เมตร นอกจากกลุ่มหินเทิบที่น่าดูชมแล้ว ที่นี่ยังมี ลานมุจลินทร์ ลานหินที่ทอดยาวกว้างไกลต่อจากกลุ่มหินเทิบ ในช่วงปลายฝนจะอุดมไปด้วยกลุ่มดอกหญ้าลานขนาดเล็ก ทั้งสร้อยสุวรรณา หยาดน้ำค้าง หนาวเดือนห้า ดุสิตา กลางลานแห่งนี้ยังเป็นจุดชมทัศนียภาพของแม่น้ำโขงได้ดีอีกด้วย
การเดินทาง

จากตัวเมืองมุกดาหาร ใช้ทางหลวงหมายเลข 2034 (มุกดาหาร-ดอนตาล) ไปทางอำเภอดอนตาลระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร มีทางเข้าอยู่ขวามือจากถนนใหญ่เข้าไป 1.5 กิโลเมตร ถนนลาดยางจนถึงที่ทำการอุทยานฯ รวมระยะทางจากตัวเมืองเพียง 17 กิโลเมตรเท่านั้น

2

ภูสระดอกบัว

ไม่น่าเชื่อว่าพื้นที่ป่าอันอุดมสมบูรณ์แห่งนี้ ในอดีตเคยเป็นที่แทรกซึมของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) มีเรื่องราวความขัดแย้งทางกรเมืองมากมายที่น่าหวาดหวั่น แต่ปัจจุบันด้วยเรื่องราวความขัดแย้งนั้นกลับส่งผลดีต่อป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ของอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว ความงามที่ถูกเก็บไว้เนิ่นนานได้เวลาอวดโฉม นักท่องเที่ยวต่างโขคดีที่การมาเที่ยวภูสระดอกบัวนั้นได้ทั้งชมธรรมชาติสวย และร่องรอยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ควบคู่กันไป

ที่ตั้ง
อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว บ้านหนองเม็ก ตำบลป่าไร่ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร

การเดินทาง
จากตัวเมืองจังหวัดมุกดาหาร ขับรถตามทางหลวงหมายเลข 2277 จนถึงกิโลเมตรที่ 24 – 25 ให้เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ จะตั้งอยู่บริเวณอ่างเก็บน้ำหินข้อ บ้านหนองเม็ก ตำบลป่าไร่ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร อยู่ห่างจากจังหวัดมุกดาหาร ประมาณ 60 กิโลเมตร
ฤดูการท่องเที่ยว ตลอดทั้งปี แต่ช่วงฤดูหนาวสวยที่สุด

อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว มีบ้านพักไว้ให้บริการนักท่องเที่ยวบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว และยังมีลานกางเต็นท์และเต็นท์เช่าพร้อมเครื่องนอนไว้ให้บริการชาวค่ายที่ต้องการอิงแอบใกล้ชิดธรรมชาติ รวมถึงห้องอาบน้ำ ห้องสุขา และศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
อุทยาแห่งชาติภูสระดอกบัว โทรศัพท์ 042-676472

อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว มีเนื้อที่อยู่บนแนวเขตรอยต่อ 3 จังหวัด คือ อำเภอนิคมคำสร้อย อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร อำเภอลิงนกทา จังหวัดยโสธร อำเภอชานุมาน และอำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ มีเนื้อที่ประมาณ 144,375 ไร่ หรือ 231 ตารากิโลเมตร

อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 75 ของประเทศไทย มีสภาพภูมิประเทศโดยทั่วไป เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน ทอดตัวเป็นแนวจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ลงสู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วยป่าอันอุดมสมบูรณ์หลายชนิด พื้นที่หลายแห่งมีลานหินขนาดใหญ่ ชาวท้องถิ่นเรียกว่า “ดาน” กระจายอยู่ตามยอดเขาต่างๆ มียอดภูกระซะ เป็นยอดสูงสุดประมาณ 481 เมตร จากระดับน้ำทะเล ยอดอื่นมีความสูงโดยเฉลี่ยประมาณ 350-450 เมตร พื้นที่เหล่านี้ยังเป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำหลายสาย เช่น ห้วยทม ห้วยกะบก ห้วยก้านเหลือง ห้วยลำกลาง ห้วยขี้เหล็ก ห้วยหินขัว ห้วยตูบ และห้วยไห เป็นต้น

อุทยาแห่งชาติภูสระดอกบัว มีสภาพธรรมชาติที่หลากหลาย มีทิวทัศน์ที่สวยงาม ความมหัศจรรย์ของหินผา และร่องรอยของการต่อสู้อันเกิดจากการขัดแย้งทางการเมือง ที่ภูสระดอกบัวคุณจึงสามารถเที่ยวได้ทั้งแบบอิงแอบใกล้ชิดธรรมชาติและเรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน โดยสถานที่เที่ยวแรกที่ขอแนะนำก็คือ ผามะเกลือ เป็นจุดชมวิวสวยสามารถชมผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัวได้อย่างสวยงาม ลักษณะเป็นลานหินใต้เพิงผา ร่มรื่นไปด้วยแมกไม้นานาชนิดใกล้ๆกันคือ ภูผาแต้ม รูปรอยฝ่ามือ และภาเขียนสีโบราณก่อนประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่า เป็นยุคเดียวกับภาพเขียนสีของอุทยานแห่งชาติมุกดาหาร (ภูผาเทิบ) และอุทยานแห่งชาติผ่าแต้มมีลักษณะคล้ายถ้ำ ภาพเหล่านี้จึงอยู่สูงจากพื้นถ้ำ ประมาณ 7-12 เมตร
ภูผาหอม เป็นจุดชมวิวที่สวยงามมากของเทือกเขาภูผาแต้ม มีความสูงประมาณ 386 เมตร จากระดับน้ำทะเล สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกลด้านหน้าจะมองเห็นยอดเขาภูหมู
ภูแผงม้า ภูไม้ชาง ภูของ ภูอัครชาด ในยามเย็นที่นี่ยังเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงามของอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว ถัดข้นไปคือสถานที่เที่ยวที่เด่นและน่าอัศจรรย์ที่สุดของอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว นั่นก็คือ ภูสระดอกบัว ลักษณะเป็นภูเขาที่มีความสูงประมาณ 423 เมตร ยอดเขาสูงที่สุดของพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว มีแอ่งหินขนาดกว้างประมาณ 2-3 เมตร ลึกประมาณ 1 เมตร อยู่ 5-6 แอ่ง ภายในแอ่งหินจะมีน้ำขังอยู่ตลอดทั้งปี มีบัวพันธุ์ขนาดเล็กขึ้นอยู่เต็มสระ ช่วงที่ออกดอกบานสะพรั่งจะสวยงามมาก
ชาวบ้านเล่ากันว่ามีบัวขึ้นอยู่อย่างนี้มานานแล้วและเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจึงได้เรียกชื่อแอ่งหินเหล่านี้ว่า “ภูสระดอกบัว” ใกล้กับภูสระดอกบัว ยังมีถ้ำขนาดใหญ่เคยเป็นที่อยู่อาศัยของก ผกค.สามารถจุคนได้ถึง 100 คน เรียกว่า ภูผาแตก หรือชื่อทางยุทธการสงครามว่า “เนิน 420” เป็นแหล่งที่มีการต่อสู้ในอดีตกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ นับเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่สวยงามของอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว

3

แก่งกระเบา

ลักษณะเด่นของแก่งกะเบา คือ มีแก่งหินและโขดหินที่ขวางกั้นแม่น้ำโขง สายน้ำโขงที่ไหลมาจะมากระทบกับแก่งหินและมีการกัดเซาะทำให้เกิดรูปร่างที่สวยงาม ในบางที่จะเป็นลักษณะเหมือนกับหลุมลึกบางที่ก็จะเป็นลักษณะเหมือนถ้ำใต้น้ำซึ่งมีความสวยงามมากในช่วงฤดูร้อน ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวมาพักผ่อนหย่อนใจมากมาย ทั้งมาทำกิจกรรมภายในครอบครัวหรือแม้กระทั่งมาเล่นน้ำก็ตาม ในตัวแก่งกะเบานั้นตรงที่ที่สายน้ำไหลอยู่ตลอดเวลาจะไม่มีตระไคร่น้ำติดเพราะว่าน้ำพัดอยู่ตลอดเวลาแต่ตรงที่น้ำไหลไม่แรงหรือไม่ไหลเลยนั้นควรจะระมัดระวังเพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้
การเดินทาง
จากตัวเมืองมุกดาหารมาตามทางหลวงหมายเลข 212 (หนองคาย-อุบลฯ) ไปทางจังหวัดนครพนมประมาณ 21 กิโลเมตร แยกขวาที่สามแยกบ้านคำป่าหลาย (เข้าสู่ถนนทางหลวงชนบท มห.3010 บ.คำป่าหลาย-หว้านใหญ่) ประมาณ 7.5 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายที่สี่แยกหว้านใหญ่ (เข้าสู่ถนนทางหลวงชนบท มห.4004 หว้านใหญ่-สองคอน) ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร แก่งกะเบาจะอยู่ริมน้ำฝั่งขวามือ

4

อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว

อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว เป็นอุทยานที่มีพื้นที่อยู่บนแนวรอยต่อ 3 จังหวัด คือ อำเภอนิคมคำสร้อย อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร อำเภอชานุมาน และอำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ มีพื้นที่ประมาณ 321 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 144,375 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 75 ของประเทศ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2535 เป็น เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีสภาพป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์มาก มีความงามทางธรรมชาติให้สัมผัสหลายแบบ เช่น
ภูเขาแห่งดอกบัว ที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมทิวทัศน์บนยอดภูเขา ความมหัศจรรย์ของโขดหิน ชมไม้ดอกบนทุ่งหญ้าช่วงปลายฤดูฝนและชมดอกบัวธรรมชาติบนยอดเขา สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน ทอดตัวเป็นแนวยาวจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ลงสู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีความสูงโดยเฉลี่ย 350-450 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง มียอดสูงที่สุดคือ ภูกระแซะ สูงประมาณ 491 เมตร เทือกเขาเหล่านี้เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายสาย เช่น ห้วยทม ห้วยก้านเหลือง ไหลรวมลงสู่พื้นราบโดยรอบอุทยานฯ ประกอบด้วยป่าอันอุดมสมบูรณ์หลายชนิด พื้นที่หลายแห่งมีลานหินขนาดใหญ่ ชาวท้องถิ่นเรียกว่า “ดาน” กระจายอยู่ตามป่า ส่วนใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้งกระจายอยู่ตามเทือกเขาต่างๆ มีไม้มีค่าขึ้นอยู่หลายชนิด เช่น มะค่าโมง ประดู่แดง พยุง ชิงชัน บริเวณพื้นที่ป่าเหล่านี้ มีสัตว์ป่าหลายชนิดอาศัยอยู่
นักท่องเที่ยวสามารถพบสัตว์ป่าได้หลายชนิด เช่น เก้ง หมูป่า กระต่ายป่า ลิง บ่าง เม่น กระจง และสัตว์ปีกประเภทต่าง ๆ ได้แก่ ไก่ฟ้า ไก่ป่า เป็นต้น บริเวณเทือกเขาภูสระดอกบัวซึ่งเป็นพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ และอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแหล่งน้ำและทิวทัศน์อันสวยงาม ความวิจิตรพิสดารของหินผามีความเด่นเป็นเอกลักษณ์ ตลอดจนร่องรอยของการต่อสู้อันเกิดจากความขัดแย้งทางการเมือง ทำให้พื้นที่แห่งนี้เป็นท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเขตอุทยานฯ ภูสระดอกบัว ได้แก่
ภูผาแต้ม เป็นหน้าผาประกอบด้วยรูปรอยฝ่ามือและภาพเขียนสีโบราณก่อนประวัติศาสตร์ สันนิษฐานว่าเป็นยุคเดียวกับภาพเขียนสีในถ้ำฝ่ามือแดงของอุทยานแห่งชาติภูผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี หน้าผามีลักษณะคล้ายถ้ำเพราะหินไหลเลื่อนลงมามีความยาวประมาณ 60 เมตร ภาพเหล่านี้อยู่สูงจากพื้นถ้ำประมาณ 3-5 เมตร เป็นภาพมือและภาพสัญลักษณ์รวม 98 ภาพ ซึ่งมีลักษณะแตกต่างอย่างน่าสนใจ ใช้เวลาเดินเที่ยวชมประมาณ 2 ชั่วโมง
ผามะเกลือ เป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจและชมวิว อยู่ใกล้บริเวณผาแต้ม มีลักษณะเป็นลานหินใต้เพิงผาร่มรื่นไปด้วยแมกไม้
ลานดอกไม้บนภูวัด เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่มีดอกไม้ เช่น ดอกเอนอ้า ดอกกระดุมเงิน และดอกดุสิตาบนลานหินบริเวณกว้าง อดีตชาวท้องถิ่นใช้เป็นที่ประกอบพิธีทางศาสนา ดอกไม้จะออกดอกในช่วงปลายฤดูฝน
ภูผาหอม เป็นจุดชมวิวที่สวยงามมากของเทือกเขาภูผาแต้ม ระหว่างทางเดินจะผ่านป่าไผ่ ลานหิน และป่าเต็งรังที่สวยงาม จากจุดนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ในระยะไกลออกไปทางทิศตะวันตก มีความสูงประมาณ 366 เมตร จากระดับน้ำทะเลด้านหลังจะมองเห็นภูหมู ภูแผงม้า ภูไม้ซาง ภูซอง ภูอัครชาด ในยามเย็นตรงจุดนี้มีนักท่องเที่ยวนิยมมาชมพระอาทิตย์อัสดง เพื่อเก็บภาพอันน่าประทับใจ และพักค้างแรมกันมาก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง
ภูสระดอกบัว เป็นภูเขาที่มีความสูงประมาณ 423 เมตร บนรอยต่อเขต 3 จังหวัด ที่ยอดภูสระดอกบัวมีแอ่งหินขนาดกว้างประมาณ 2-3 เมตร จำนวน 11 แอ่ง มีน้ำขังตลอดปี มีบัวพันธุ์ต่าง ๆ ขนาดเล็ก ขึ้นอยู่เต็มสระเมื่อออกดอกจะดูสวยงามมาก ชาวบ้านเล่ากันว่ามีบัวขึ้นอยู่อย่างนี้มานานแล้ว และเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ จึงได้ชื่อว่า “ภูสระดอกบัว” ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 วัน
ภูผาแตก หรือชื่อทางยุทธศาสตร์ว่า “เนิน 428” ที่นี่มีจุดชมวิวมีองค์ประกอบทางธรรมชาติสวยงาม ทางด้านทิศเหนือสามารถมองเห็นทิวเขาของอุทยานแห่งชาติมุกดาหารในระยะไกลได้
ลานหินและป่าเต็งรังแคระ พบได้ทั่วไป เป็นลานหินกว้างใหญ่ บางแห่งมีขนาด 20-40 ไร่ สลับกับป่าเต็งรังแคระ บางแห่งเป็นป่าเต็งรังสลับกับป่าหญ้าเพ็ก มองดูสวยงามมาก และพบได้หลายแห่ง เช่น ภูผาหอม หลังภูผาด่าง ภูสระดอกบัว ภูบก ภูหัวนาค เป็นต้น
สอบถามรายละเอียดได้ที่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว โทร.04261 9077 หรือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรุงเทพฯ โทร.0 2562 076

5

หอแก้วมุกดาหาร

หอแก้วมุกดาหาร (อังกฤษ: Ho Kaeo Mukdahan) หรือหอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก คือ หอสังเกตการณ์ที่มีความสูง 65.50 เมตร สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2539 ในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี

หอแก้วมุกดาหาร ตั้งอยู่บนถนนมุกดาหาร – ดอนตาล ห่างจากอำเภอเมือง 2 กิโลเมตร เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 น. -18.00 น. บัตรเข้าชมคนละ 20 บาท ส่วนฐานของหอเป็นอาคารทรง 9 เหลี่ยม

ที่พัก



ติดตาม & แชร์