krabi-head

แผนที่ จังหวัดกระบี่ 2560

ขอบคุณรูปภาพสวยๆจาก http://blog.reviewthailand.net/2015/11/กระบี่ภาคพื้น-e-p-1/

แผนที่กระบี่ เข้าดูแผนที่

ข้อมูลเบื้องต้น

แหล่งถ่านหิน ถิ่นหอยเก่า เขาตระหง่าน ธารสวย

รวยเกาะ เพาะปลูกปาล์ม งามหาดทราย

ใต้ทะเลสวยสด มรกตอันดามัน สวรรค์เกาะพีพี

ตัวเมืองกระบี่

กระบี่เป็นเมืองที่มีภูมิทัศน์สวยงาม จนได้ชื่อว่าเป็นเมืองน่าอยู่
ผู้คนน่ารัก อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานสันนิษฐานว่า
เป็นแหล่งชุมชนโบราณที่เก่าที่สุดในประเทศไทยตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์
มีแม่น้ำกระบี่ซึ่งมีความยาว 5 กิโลเมตรไหลผ่านตัวเมืองลงสู่ทะเลอันดามันที่
ตำบลปากน้ำ โดยมีเขาขนาบน้ำที่มีความสูงประมาณ 100 เมตร ขนาบแม่น้ำกระบี่
อยู่ด้านหน้าตัวเมือง และถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองกระบี่นักท่องเที่ยวจึงไม่พลาดที่
จะต้องถ่ายรูปเขาขนาบน้ำและทิวทัศน์ตรงบริเวณนี้เป็นที่ระลึกนอกจากนี้ยังสามารถนั่งรถสองแถว
ที่มีบริการอยู่ทั่วไป เที่ยวชมสัมผัสวิถีชีวิตชาวเมืองกระบี่ได้อีกด้วย ตกเย็นช่วงแดดร่มลมตก
เหมาะที่จะออกมาเดินเล่นและหาอาหารอร่อย ๆทานได้ที่ตลาดโต้รุ่ง บริเวณท่าเรือเจ้าฟ้า และบริเวณตลาด
ถนนมหาราชมีอาหารพื้นเมืองให้ลองลิ้มรสกันมากมาย ทั้งแกงไตปลา ขนมจีนน้ำยา น้ำพริก ทานกับผักสด ๆ
โดยเฉพาะไก่ทอดพื้นเมืองที่กรอบนอกนุ่มในเป็นเอกลักษณ์แห่งความอร่อยของกระบี

หมู่เกาะปอดะ และ ทะเลแหวก

อยู่ทางทิศใต้ของอ่าวนาง ห่างจากฝั่งประมาณ 8 กิโลเมตรนั่งเรือออกไปไม่ไกล
เป็นเกาะที่มีหาดทรายขาว น้ำทะเลใส บริเวณชายฝั่งของเกาะอุดมสมบูรณ์ไปด้วย
แนวปะการังหลากชนิด รวมทั้งฝูงปลาน้อยใหญ่ให้นักท่องเที่ยวได้ว่ายน้ำเล่นกับฝูงปลา
กันอย่างสนุกสนาน ที่นี่ถือว่าเป็นจุดดำน้ำตื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวได้เกือบตลอดทั้งปี
เนื่องจากไม่ได้รับผลกระทบจากลมมรสุมมากนัก ใกล้ ๆ กับเกาะปอดะเป็นที่ตั้งของเกาะไก่
เกาะทัพ เกาะหม้อ ซึ่งมีสันทรายเชื่อมต่อกันสวยงามมองเห็นได้อย่างชัดเจนเวลาที่น้ำลง
ที่เราเรียกกันว่าทะเลแหวก และได้รับการคัดเลือกให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว Unseen in Thailand อีกด้วย

หมู่เกาะพีพี

เป็นสวรรค์ของนักดำน้ำและมีชื่อเสียงไปทั่วโลก เพราะได้ชื่อว่าเป็นหมู่เกาะที่มี
หาดทรายขาวละเอียดน้ำทะเลใสสะอาด สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลก็ล้วนอุดมสมบูรณ์อยู่
ทั่วบริเวณทั้งหมู่มวลปะการังดอกไม้ทะเลที่พริ้วไหวโอนเอนไปตามกระแสน้ำและฝูงปลา
หมู่เกาะพีพี แต่เดิมพวกชาวเลเรียกว่า ปูเลาปิอาปิ คำว่า ปูเลา แปลว่า เกาะ คำว่า ปิอาปิ
แปลว่า ต้นไม้ทะเลชนิดหนึ่งจำพวกแสม และโกงกาง ต่อมาเรียกว่า ต้นปีปี ซึ่งภายหลัง
เพี้ยนเสียงเป็น พีพี จึงเป็นที่มาของชื่อเกาะพีพี ซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอเมือง 42 กิโลเมตร สามารถเดิน
ทางมาได้ด้วยเรือเฟอร์รี่และเรือสปีดโบ้ทหมู่เกาะพีพีประกอบด้วย 6 เกาะ คือ เกาะพีพีดอน
เกาะพีพีเล เกาะยูง เกาะไม้ไผ่ เกาะบิดะนอก และเกาะบิดะใน แต่ที่เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่

หมู่เกาะห้อง

อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ห่างจากตัวเมืองกระบี่
46 กิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่มากมาย เช่น เกาะเหลา
เกาะเหลาเหรียมเกาะปากกะ เกาะเหลาลาดิง เป็นต้น
โดยมีเกาะห้องเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดอยู่ทางตอนใต้ของหมู่เกาะ
ลักษณะโดยทั่วไปเป็นเขาหินปูน น้ำทะเลใส หาดทรายขาว มีแนวปะการังทั้ง
น้ำตื้นและน้ำลึกเหมาะแก่การดำน้ำ ตกปลา บนเกาะยังมีเส้นทางเดินสำหรับศึกษาธรรมชาติ
เป็นระยะทาง 400 เมตร นอกจากกิจกรรมดำน้ำดูปะการังแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถ
พายเรือคายัครอบ ๆ เกาะห้องได้

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา

มีเนื้อที่ประมาณ 152 ตารางกิโลเมตร ในอำเภอเกาะลันตา ประกอบด้วยเกาะต่าง ๆ ที่สำคัญ ได้แก่
เกาะลันตาน้อย เป็นชุมชนของชาวเกาะลันตาในอดีตมาก่อน มีที่ว่าการอำเภอ สถานที่ราชการต่าง ๆ โรงเรียน
บ้านเรือนและวิถีชีวิตของชาวพื้นถิ่นแบบดั้งเดิมเกาะลันตาใหญ่ มีรูปร่างยาวเรียวจากเหนือมาใต้ มีรีสอร์ทที่พักตั้ง
แต่เกสต์เฮ้าส์ไปจนถึงระดับห้าดาวรวมทั้งงบริการท่องเที่ยว ร้านอาหาร ร้านขายของมากมาย บริเวณท่าเรือศาลาด่าน
ผู้คนจะพลุกพล่าน เปรียบเสมือนแหล่งธุรกิจบนเกาะนี้ ด้านตะวันตกของเกาะเรียงรายไปด้วยชายหาดมีชื่อเรียกแตกต่างกัน
ได้แก่ หาดคอกวาง หาดคลองดาว หากดพระแอะ หาดคลองโขง หาดคลองโตบหาดคลองนิน และหาดบากันเตียง
ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะ มีถนนตัดจากท่าเรือตอนเหนือผ่านชายหาดต่าง ๆไปจนถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาซึ่งอยู่
ตอนใต้สุดของเกาะ ช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวเกาะลันตาใหญ่อยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายนเกาะตะละเบ็ง
อยู่ระหว่างท่าเรือคลองม่วง-เกาะลันตา เป็นเกาะที่มีลักษณะเป็นหินปูน มีชายหาดเล็กๆ และโพรงถ้ำซึ่งจะสามารถมองเห็น
ได้เฉพาะเวลาน้ำลงมีนกนางแอ่นจำนวนมากอาศัยอยู่บนเกาะ ส่วนกิจกกรรมยอดนิยมของเกาะนี้คือ การพายเรือคายัคชมธรรมชาติ

น้ำตกร้อนคลองท่อม (Unseen in Thailand)

ตั้งอยู่บริเวณบ้านบางคราม-บ้านบางเตียว ห่างจากอำเภอเมืองกระบี่ตาม
ถนนเพชรเกษม (กระบี่-ตรัง) ประมาณ 45 กิโลเมตร เป็นน้ำพุร้อน
ธรรมชาติแห่งหนึ่งในบรรดาน้ำพุร้อนอีกหลายแห่งที่กระจัดกระจายอยู่บริเวณนี้
มีอุณหภูมิประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส เป็นน้ำร้อนที่ซึมขึ้นมาจากผิวดิน
ซึ่งมีป่าละเมาะปกคลุมร่มรื่น สายน้ำไหลไปรวมกันตามความลาดเอียงของพื้นที่
บางช่วงมีควันกรุ่น และคราบหินปูนธรรมชาติพอกอยู่เป็นชั้นหนาทำให้เกิดทัศนียภาพ
สวยงามแปลกตา เฉพาะบริเวณที่ธารน้ำร้อนไหลลงสู่คลองท่อมลดระดับเกิดเป็นลักษณะ
คล้ายชั้นน้ำตกเล็ก ๆ น้ำไม่ร้อนจัดมากสามารถลงเล่นน้ำหรือแช่ตัวได้
ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและความเมื่อยล้า

สระมรกต (Unseen in Thailand)

ใช้เส้นทางเดียวกับน้ำตกร้อนคลองท่อม ตามทางหลวง
หมายเลข 4038 ก่อนถึงตลาดคลองท่อมจะมีทางแยกไป
หมู่บ้านบางเตียว ระยะทาง 17 ก.ม.ภายในมีสะพานไม้ให้เดิน
เป็นเส้นทางเดินธรรมชาติ ผ่านป่าดิบชื้นเป็นระยะทาง 800 เมตร
สระมรกต เป็นสระน้ำที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ น้ำในสระมีสีเขียวราวมรกต
สามารถลงเล่นน้ำได้ ท่ามกลางป่าดิบชื้นแน่นขนัด และเป็นที่อยู่ของนกนานาชนิด
เช่น นกแต้วแร้วท้องดำ นกเงือกดำ เป็นต้น

แผนที่กูเกิ้ล



รูปภาพ

5 อันดับสถานที่

1

เขาขนาบน้ำ

เป็นเขาสองลูกสูงประมาณ 100 เมตร ขนาบแม่น้ำกระบี่ด้านหน้าตัวเมือง ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองกระบี่ สามารถไปเที่ยวชมได้โดยเช่าเรือหางยาวที่ท่าเรือเจ้าฟ้า ใช้เวลาเดินทางเพียง 15 นาที นอกจากนั่งเรือชมเขาและป่าชายเลนที่มีความสมบูรณ์แล้วยังสามารถเดินขึ้นไปเที่ยวถ้ำได้ ภายในมีหินงอกหินย้อย และเป็นสถานที่ที่เคยพบโครงกระดูกมนุษย์จำนวนมากอีกด้วยแต่ปัจจุบันไม่หลงเหลืออยู่แล้ว สันนิษฐานว่าอาจเป็นโครงกระดูกของกลุ่มคนที่อพยพมาตั้งหลักแหล่งแต่ล้มตายลงเนื่องจากเกิดอุทกภัยอย่างฉับพลัน และสำหรับนักนิยมพายเรือแคนู บริเวณนี้เหมาะที่จะพายเรือแคนูเพราะมีธรรมชาติที่เขียวชอุ่มด้วยป่าชายเลนและน้ำนิ่ง สนใจสามารถติดต่อบริษัทเรือแคนู ในจังหวัดกระบี่ได้
นอกจากนั้นไม่ห่างจากเขาขนาบน้ำจะมีชุมชนชาวเกาะกลาง ที่บนเกาะจะมีหอพิพิธภัณฑ์และศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านแสดงเครื่องใช้ในสมัยโบราณ ของที่ระลึกฝีมือชาวบ้าน อาทิ เรือหัวโทง และจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้าน การทอผ้าฝ้าย การเลี้ยงปลาในกระชัง นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือจากท่าเรือเทศบาล บริเวณเขาขนาบน้ำ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ค่าเช่าเรือลำละ 300 บาท

2

ถนนคนเดิน กระบี่

ถนนคนเดิน Walking street

ทุกคืนวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ชาวกระบี่มักไม่พลาดที่จะเดินทางไปจับจ่ายซื้อของใช้ และแวะชิมนานาอาหารที่ถนนคนเดิน ซึ่งอยู่ภายในตัวอำเภอเมืองกระบี่ ถนนคนเดินห่างจากอ่าวนางประมาณ 25 นาที มีรถสองแถววิ่งระหว่างอ่าวนางกับตัวอำเภอเมืองจนถึงประมาณ 4 ทุ่ม จุดเด่นของถนนคนเดินคือ ปลอดโฟม 100%
ถนนคนเดินกระบี่ตั้งอยู่ที่
ต.ปากน้ำ อ. เมือง ตั้งอยู่ ถ. มหาราช ซอย 8 ใกล้ๆ ห้างโวค
เปิด : วันศุกร์-อาทิตย์ 17.00-22.00 น.

3

วัดถ้ำเสือ

อยู่ห่างจากตัวเมืองกระบี่ประมาณ 9 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ บ้านถ้ำเสือ ตำบลกระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ พื้นที่บริเวณวัดประมาณ 200 ไร่ ประกอบไปด้วพื้นที่ราบ หุบเขาและยอดเขา ชื่อวัดนั้นมีข้อสันนิษฐานว่าเนื่องจากในอดีตเคยมีเสืออาศัยอยู่ และภายในถ้ำยังปรากฏหินธรรมชาติ เป็นรูปแบบของอุ้งเท้าเสือ ส่วนที่มาของวัดนี้น่าจะมาจากพระธุดงค์ที่เดินทางจาริกไปเพื่อหาสถานที่วิเวกในการปฏิบัติธรรม มาอาศัยอยู่ตามถ้ำ และมีชาวบ้านที่ศรัทธาตามมากราบไหว้เป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นวัดในเวลาต่อมา

4

สระมรกต

ขึ้นทำเนียบสถานที่ท่องเที่ยว Unseen Thailand อันดับต้นๆ มั่นใจได้เลยว่า สระมรกต แจ๋วจริงอะไรจริง และต้องออกกำลังค้นหากันหน่อย แต่รับรองว่าไม่อยากเกินความสามารถ เดินหนุงหนิง (เพียง 800ม.) ชื่นชมความสวยงามของ ผืนป่าทุ่งเตียว (เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม) ป่าที่ราบต่ำซึ่งยังคงสมบูรณ์ม้าก…มาก ไม่แน่นะ คุณอาจได้เห็น นกแต้วแร้วท้องดำ หรือ นกหายากชนิดอื่นๆ อีกก็ได้ พอพ้นจากจุดนี้ก็เตรียมตัวโดดลง สระมรกต สระน้ำธรรมชาติไซส์เบิ้ม ที่มีธารน้ำตกเล็กๆ ไหลรินลงมา ซึ่งน้ำสีเขียวมรกตสมชื่อนั้น “ใสกิ๊ง ราวกับกระจก” น่าแหวกว่ายเป็นที่สุด สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะน้ำที่ผุดขึ้นมาจากใต้ดินนั้นเต็มไปด้วยสารแคลเซียมคาร์บอเนต มีฤทธิ์เป็นด่างจึงทำให้เม็ดทรายตกตะกอนได้ง่าย แต่เอ๊ะ! สงสัยกันมั๊ยว่าตาน้ำตัวจริงอยู่ตรงไหน? แนะนำให้เดินไปอีก 500 ม. ตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติคุณจะได้พบ สระน้ำผุด ที่สวยใสอย่างน่าอัศจรรย์จนตะลึงไปเลย

5

ท่าปอมคลองสองน้ำ

เปิดประตูสู่ห้องเรียนธรรมชาติที่ ท่าปอมคลองสองน้ำ แหล่งเรียนรู้เชิงนิเวศชั้นเลิศ ซึ่งคุณจะได้สัมผัสธรรมชาติอันงดงามน่าอัศจรรย์ของลำธารสายสั้นๆ (ประมาณ 5 กม.) ที่มีแหล่งกำเนิดมาจากแอ่งน้ำผุดบนเขาช่องพระแก้ว ไหลผ่านผืนป่า แอ่งน้ำ ฯลฯ ก่อนลงสู่ท้องทะเลอันดามัน ซึ่งคลองท่าปอมแห่งนี้อยู่ในบริเวณรอยต่อของน้ำจืด และน้ำเค็มพอดีเดี๊ยะ ทำให้เกิดปรากฎการณ์มหัศจรรย์คือช่วงน้ำขึ้น น้ำจะกลายเป็นน้ำเค็ม แต่ช่วงน้ำลดน้ำจะกลายเป็นน้ำจืด จึงเป็นที่มาของคำว่าคลองสองน้ำนั่นเอง

ที่พัก