สถานที่ท่องเที่ยวเชียงราย 2561 Travel Chiangrai

????16 สถานที่ท่องเที่ยวเชียงราย ที่คุณ”ไม่ควรพลาด”????
“เหนือสุดในสยาม ชายแดนสามแผ่นดิน
ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา ล้ำค่าพระธาตุดอยตุง”
คำขวัญของจังหวัดเชียงราย

ถ้าหากจะให้พูดถึงจังหวัดเชียงรายแล้ว ภาพในหัวของเราก็คงจะประมาณว่า ภูเขา ไร่ชา วัดที่มีชื่ออันดับต้นๆของประเทศ และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆอีกมากมาย ทั้งที่เราเคยไปและที่ยังไม่เคยไป และที่สำคัญนะฮ่ะ การรีวิวในครั้งนี้ ตั้งงบประมาณทางด้านเวลาวันหยุดไว้ที่ 3 วัน 2 คืน แต่เที่ยวได้จุใจกันเลยทีเดี่ยะ แต่ละที่เซ็ตโลเคชั่นไว้ในเส้นทางใกล้เคียงกัน ไม่ต้องขับรถย้อนไปวนมาให้เสียเวลาและค่าน้ำมัน ว่าแต่จะมีที่ไหนบ้าง อย่ารอช้า ตามบิ๊กแมพลงมาเลยฮ่ะ

———————————————–

DAY 1

–วัดร่องขุ่น–

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งแรกที่ เมื่อท่านเดินทางเข้าสู่จังหวัดเชียงรายแล้ว ต้องผ่าน! และถ้าหากอยู่ในเวลาที่เปิดให้เข้าเยี่ยมชม ก็ไม่ควรพลาดฮ่ะ

 วัดร่องขุ่น เป็นวัดพุทธ ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ออกแบบและก่อสร้างโดย เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2540 จนถึงปัจจุบัน โดยถอดแบบมาจากวัดมิ่งเมือง จังหวัดน่าน

วัดร่องขุ่น
ประเภท : 
วัด,สถานที่ท่องเที่ยว
เวลาทำการ :
วันจันทร์-ศุกร์    เวลา : 08.00 – 17.00 น.
วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา : 08.00 – 17.30 น.
ที่จอดรถ : ฟรี
ค่าบริการ :
คนไทย ฟรี
ต่างชาติ 50 บาท
Location : >>กดเพื่อรับGPSนำทาง<<

———————————–
–ไร่บุญรอด–
เรียกได้ว่าเป็นจุดแลนด์มาร์คไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับสถานที่แห่งนี้ “ไร่บุญรอด SinghaPark” ที่แห่งนี้มีอะไรดี ทำไมต้องไป นั้นก็เพราะว่า เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดย บริษัท บุญรอด ผู้ผลิตเบียร์สิงห์ ได้เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ให้กับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ ได้เข้าไปสัมผัสกับธรรมชาติ อีกทั้ง ยังได้เปิดสถานที่ให้คนได้เข้าไปออกกำลังกาย อาทิเช่น วิ่ง ปั่นจักรยานอีกด้วย ว๊าว ใจดีจัง ????

ด้านหน้าจะเป็นประติมากรรมรูปสิงห์เด่นตระหง่า ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปถ่ายรูป

เมื่อเข้ามาด้านในจะมีไร่ชา สวนไม้ดอก ไม้ประดับ พืชหมุนเวียน ให้เราได้ชื่นชม สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าไปให้เต็มปอด

เข้ามาอีกก็จะเป็นส่วนของการเช่าจักรยาน และ กิจกรรม Zip Line หรือโหนตัวบยสลิง  มีทั้งหมด 4 ฐาน ราคาคนละ 800 บาท พร้อมใส่ชุดอุปกรณ์ที่บ้านแดง ครบ 6 คนถึงออก 1 รอบ ว๊าว!


ไร่บุญรอด
ประเภท :
สถานที่ท่องเที่ยว
เปิดบริการทุกวัน

ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.
ร้านอาหารภูภิรมย์ 11.00 – 22.00 น.
การเช่าจักรยาน

*จักรยาน 2 ที่นั่ง

1 ชั่วโมง ราคา 150 บาท
2 ชั่วโมง ราคา 200 บาท
6 ชั่วโมง หรือ 1 วัน ราคา 400 บาท

*จักรยานเสือภูเขา

1 ชั่วโมง ราคา 100 บาท
3 ชั่วโมง ราคา 250 บาท
6 ชั่วโมง หรือ 1 วัน ราคา 400 บาท

บริการนั่งรถรางชมไร่บุญรอด

คนละ 50 บาท
ยกเว้นเด็กส่วนสูงต่ำกว่า 110 cm
จันทร์-ศุกร์ 08.-0-16.00 น.รถออกทุก 30 นาที
เสาร์-อาทิตย์ วัดหยุดราชการ 08.15-16.15 น. รถออกทุก 15 นาที
รายละเอียดสอบถามเพิ่มเติม โทร. 0915760374 , 053172870

Location : >>กดเพื่อรับGPSนำทาง<<

———————————-

–อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช–

เป็นสถานที่สำคัญที่มาแล้ว ควรเป็นอย่างยิ่ง ที่จะหาโอกาสเข้าไปกราบสักการะ โดยประวัติคร่าวๆพระองค์ท่านได้ทรงเป็นผู้ริเริ่ม สร้างบ้านแปลงเมืองเชียงราย เป็นเวลาที่มากกว่า 750 ปี ซึ่งประดิษฐานอยู่ที่ถนนห้าแยกพ่อขุนเม็งราย  (ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์) 


ดอกไม้ทูปเทียน เครื่องสักการะ จะอยู่ด้านหลัง อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช ชุดละ 20 บาท

อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช

ประเภท : อนุสรณ์สถาน , สถานที่ศักดิ์สิทธิ์,สถานที่ท่องเที่ยว

เวลาทำการ
24 ชม. (เข้าไปกราบไหว้ตามช่วงเวลาที่สะดวก)
ที่จอดรถ ฟรี

———————————

–วัดร่องเสือเต้น–
วัดร่องเสือเต้น ตั้งอยู่ที่ชุมชนร่องเสือเต้น ตำบลริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย  จุดเด่นของวัดนี้คือ พระอุโบสถใหม่ที่สร้างขึ้น ด้วยศิลปะแบบไทยประยุกต์ ที่มีศิลปะที่มีความสวยงดงามแปลกตา จากฝีมือการรังสรรค์ของ นายพุทธา  กาบแก้ว หรือ สล่านก ศิลปินท้องถิ่นชาวเชียงราย ซึ่งเคยเป็นลูกศิษย์ของ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ โดยวัดนี้ส่วนใหญ่จะเน้นใช้โดนสีนำเงินและทองเป็นหลัก และได้รับความนิยมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก


 มีพระประธานสีขาว สูง 6.50 เมตร หน้าตักกว้าง 5 เมตร และอีกหนึ่งที่งดงาม ชื่อว่า
“พระพุทธรัชมงคลบดีตรีโลกนาถ” 

นอกจากนั้นด้านหลังวิหารมีพระพุทธรูปสีขาวปาง ห้ามญาติ องค์ใหญ่ ประดิษฐานตรงด้านหลัง 
 “พระธาตุเกศแก้วจุฬามณีห้าพระองค์” มีความสูง 20 เมตร โดยยอดขององค์พระธาตุ ได้บรรจุพระบรมสาริกธาตุ จากสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสงฆปรินายก อีกด้วย

วัดร่องเสือเต้นประเภท : วัด,สถานที่ท่องเที่ยว
วันเวลาทำการ
เปิดบริการทุกวัน
ตั้งแต่เวลา 06.00 – 20.00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี
ที่จอดรถ : ฟรี
Location : >>กดเพื่อรับGPSนำทาง<<

————————-
แนะนำร้านอาหาร-กาแฟสด ในตัวเมือง “All about sweet” พิซซ่าอร่อยมากกก ^_^
ทาน500บาทขึ้นไป ลูกค้าบิ๊กแมพลด
ค่าอาหาร 10 %
—————————————–
–วัดห้วยปลากั้ง–

ห่างจากตัวเมืองไม่มากนัก ประมาณ 10 นาทีจากวัดร่องเสือเต้น เป็นวัดสวยงามระดับต้นๆอีกวัดนึงในจังหวัดเชียงรายเลยครับ จุดเด่นของที่นี้คือ “พบโชคธรรมเจดีย์”  ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สูงถึง 9 ชั้น ภายในเจดีย์เป็นที่ประดิษฐาน เจ้าแม่กวนอิมแกะสลักจากไม้จันหอมองค์ใหญ่ อีกทั้งภายนอกด้านนอก ยังมีเจดีย์ 12 ราศี ให้ผู้คนได้เข้าไปกราบไหว้ตามราศีของตนเอีกด้วย  วัดห้วยปลากั้ง มีพระอาจารย์พบโชคที่ทำนายทายทักเรื่องโหราศาสตร์ได้แม่นยำ, มีเจดีย์ 9 ชั้น, และยังมีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย 

เจดีย์ 9 ชั้น จุดธูปสักการะ ชุดละ 200 บาท ได้อั่งเปาให้โชคเป็นล็อตเตอรรี่ 1 ใบ

รูปปั้น เจ้าแม่กวนอิ่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก สามารถนั่งฟรี ไปขึ้นลิฟเพื่อชมความงามของเมืองเชียงรายไ

รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมจำลองสลักจากไม้จันทร์

วัดห้วยปลากั้ง
ประเภท :
วัด, สถานที่ท่องเที่ยว

เวลาเปิด-ปิด 07.00 – 21.30 น.
ที่จอดรถ ฟรี
ค่าลิฟขึ้นชมวิว 50 บาท
ค่าธูปเทียนสักการะ เพื่อสร้างเจ้าแม่กวนอิม 200 บาท ได้อั่งเปา ล็อตเตอรรี่ 1 ใบ
–หอนาฬิกาเชียงราย–

สร้างขึ้นโดย อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จุดเด่นของหอนาฬิกาแห่งนี้คือ มีรูปร่างลวดลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของศิลปิน ทาด้วยสีทอง เมื่อต้องไฟแล้วเด่นตระหง่าในยามค่ำคืน และในช่วงเวลา 19.00 , 20.00 , 21.00 น. จะมีการตั้งเวลาให้เล่นไฟ แสง สีเสียง กล่าวคือ ทำให้หอนาฬิกาสามารถเปลี่ยนสีได้ เป็นที่ต้องตาตรึงใจแก่ผู้พบเห็นครั้งแรก ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ อีกทั้งบริเวณแถวนั้นมีร้านค้า อาหาร น้อยใหญ่มากมาย ให้ท่านได้เลือกใช้บริการ

หอนาฬิกาเชียงราย
ช่วงเวลาแนะนำ 19.00 , 20.00 , 21.00 น.
ที่จอดรถ ฟรี , เยื้องไปอีกนิดเสียค่าจอดรถ 10 บาทของเทศบาล
ค่าเข้าชม ฟรี
——————
–บ้านดำ–
บ้านดำ หรือ พิพิธภัณฑ์บ้านดำ ตั้งอยู่ที่ ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย สร้างขึ้นโดย อ.ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ ลักษณะจุดเด่นของบ้านดำคือ จะเป็นกลุ่มบ้าน ศิลปะแบบล้านนา ทุกหลังทาสีด้วยสีดำ ภายในประดับไปด้วย ซากสัตว์แปลกหายาก ได้นำมาสตาฟไว้ให้คนรุ่นหลังได้ชม อีกทั้งยังได้สร้างงานศิลปะทั้งแบบจิตรกรรม และ ประติมากรรม ไว้เป็นธรรมะสอนใจอีกด้วย

การแสดงโชว์แบบล้านนาในช่วงวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ เพื่อสร้างรายได้ให้กับเด็กๆชาวบ้านในพื้นที่

บ้านดำ 
เปิดบริการทุกวัน
เวลา 09.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชม 80 บาท
ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
ผู้ที่ได้รับการยกเว้นค่าเข้าชม
– เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี หรือสูงไม่เกิน 120 เซนติเมตร
– นักเรียน/นักศึกษา ในเครื่องแบบหรือแสดงบัตรนักศึกษา
– ข้าราชการ ในเครื่องแบบหรือแสดงบัตร
– มักกุเทศก์ ที่แสดงบัตรประจำตัว
– พระภิกษุสงฆ์ ผู้ทรงศีลทุกศาสนา
– สตรีมีครรภ์
– ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป
– ผู้พิการ ผู้ทุพพลภาพทุกประเภท
– องค์กร/หน่วยงาน ของภาครัฐและเอกชนผู้ซึ่งติดต่อมาล่วงหน้า
– โรงเรียน/สถาบันการศึกษาที่มาทัศนศึกษา
——————————-
–พระตำหนักดอยตุง–
พระตำหนักดอยตุงเริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2530 เมื่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มี พระชนมายุ 88 พรรษา โดยก่อนหน้านั้นมีพระราชกระแสว่า หลังพระชนมายุ 90 พรรษา จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้คือ เป็นสวนดอกไม้ และมีจุดถ่ายรูปต่างๆ อีกทั้งยังมีของที่ละลึก อาหาร เครื่องดื่ม จำหน่ายกันอีกด้วย 

พระตำหนักดอยตุง
เปิดบริการทุกวัน 
ตั้งแต่เวลา 07.30-17.30 น.
ค่าเข้าชม 
-เข้าชมพระตำหนัก 70 บาท 
-ชมสวนแม่ฟ้าหลวง 80 บาท 
-หอพระราชประวัติ 30 บาท 
-บัตรรวมเข้าชมทั้งสามที่ 150 บาท 
ที่จอดรถ ฟรี
———————————-
–วัดพระมหาชินธาตุเจ้า (พระธาตุดอยตุง)–
ตั้งอยู่บริเวณส่วนที่เรียกว่าหน้าอกของดอยนางนอน ตำบลห้วยไคร้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวเขา ซึ่งดอยตุงมีระยะทางห่างจากอำเภอเมืองเชียงรายประมาณ 46 กม. และมีพระธาตุดอยตุงประดิษฐานอยู่บนยอดดอย

ตามตำนานเล่าว่า พระธาตุดอยตุงสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอชุตราช กษัตริย์ผู้ครองเมืองโยนกนาคพันธุ์ (ปัจจุบันคืออำเภอแม่จัน) พระมหากัสสปะได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระรากขวัญเบื้องซ้าย (กระดูกไหปลาร้า) แล้วมอบให้แก่พระเจ้าอชุตราชได้สร้างเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุนั้นไว้บนดอยแห่งนี้ ดังที่พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ไว้ แล้วจึงได้ให้ทำตุง (ธง) มีความยาว 1,000 วา

 ปักบนยอดเขา หากตุงปลิวไปถึงที่ใดก็กำหนดให้เป็นฐานของพระเจดีย์ ทั้งนี้พระองค์ได้พระราชทานทองคำให้พวกลาวจกเป็นค่าที่ดิน และให้พวกมิลักขุ 500 ครอบครัวดูแลรักษาพระธาตุ ต่อมาในสมัยเจ้ามังรายนราชแห่งราชวงศ์สิงหนวัติ พระมหาวชิรโพธิเถระได้นำพระบรมสารีริกธาตุมาถวาย 50 องค์ เจ้ามังรายนราชจึงให้สร้างพระเจดีย์อีกองค์ใกล้กับเจดีย์องค์เดิม นับจากนั้นเป็นต้นมาพระธาตุดอยตุงจึงได้มีเจดีย์สององค์มาจนถึงทุกวันนี้ (ข้อมูลจาก wikipedia.org)

วัดพระมหาชินธาตุเจ้า (พระธาตุดอยตุง)
เปิดให้นมัสการทุกวัน
ตั้งแต่เวลา 8.00-16.30 น.
ที่จอดรถ : ฟรี
ค่าเข้าชม : ฟรี
บูชาดอกไม้ ธูป เทียน 20 บาท
—————————————-
–จุดชมวิวดอยช้างมูบ–
สถานที่แห่งนี้ เรียกได้ว่า เป็นสถานที่ ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ที่กำลังพากันแชร์ ตีแผ่ สำหรับการท่องเที่ยว กล่าวคือ เป็นฐานปฎิบัติการทางทหารของฝั่งไทย ซึ่งประจำการ ณ สถานที่แห่งนี้ และ ถัดไปไม่กี่เมตร ก็คือชายแดนฝั่งหม่า จุดเด่นของที่นี้คือ มีบังเกอร์ทหาร และสามารถยืนดูวิวฝั่งพม่าได้ถึง 180 องศา สุดลูกหูลูกตากันเลยทีเดียวครับ และในช่วงหน้าหนาว จะมีนักท่องเที่ยวพากันมากางเต็นท์นอน รับลมหลาว เห็นทะเลหมอก ไม่แพ้จังหวัดใดเลย 

เสียดายช่วงที่เข้าไปรีวิว ป้ายหาย T_T แต่ไม่เป็งราย ชมวิวไปพรางๆ

เจ้าหน้าที่ทหาร กำลังปฏิบัติหน้าที่ เลยชวนพี่เค้ามาถ่ายรูปเล่นกันครับ ^_^

อย่าลืมพกบัตรประจำตัวหรือใบขับขี่ มากันด้วยนะครับ พี่เค้าตรวจ 

–จุดชมวิวดอยช้างมูบ–
เปิดให้เข้าชมทุกวัน
ช่วงเวลาแนะนำ 07.00 – 17.30 น.
ค่าเข้า : ฟรี แต่มีตู้บริจาคค่าน้ำค่าไฟ
ที่จอดรถ : ฟรี 
———————————–
–ร้านกาแฟ Ahpo Kafei–
จริงๆแล้วร้านกาแฟย่านนี้มีอยู่มากมายครับ แต่บิ๊กแมพขอแนะนำร้านนี้เพราะ อยากให้นักท่องเที่ยวที่อ่านรีวิวนี้ สาวกคอกาแฟทั้งหลาย ได้สะดวกต่อการเดินทาง เพราะออกมาจากดอยช้างมูบแล้ว ก็มานั่งจิบการแฟชมวิวดอยผาหมี เพื่อเดินทางไปแม่สายต่อ อีกทั้งยังเป็นทางผ่าน ในการเดินทางไปเที่ยวแม่สายต่ออีกด้วย เรียกได้ว่า ดื่มด่ำทั้งกาแฟ ดื่มด่ำทั้งวิวธรรมชาติกันเลยทีเดียวครับ

–ร้านกาแฟ Ahpo Kafei–
เปิดบริการ
อังคาร – อาทิตย์ (หยุดวันจันทร์)
ตั้งแต่เวลา 10.30 – 18.30 น.
ที่จอดรถ ฟรี ตามไหล่ทาง
ราคา 45-100 บาท
สินค้า กาแฟสด-เบเกอร์รี่
Location : >>กดเพื่อรับGPSนำทาง<<
——————————–
–ชายแดนไทย-พม่า (แม่สาย-ท่าขี้เหล็ก)–
เรียกได้ว่า มาที่นี้แล้ว ข้ามไปฝั่งโน้น คือสวรรค์ของนับช็อปเลยก็ว่าได้ครับ สำหรับชายแดนแห่งนี้ กล่าวคือ มีสินค้ามากมาย ที่ราคาถูกกว่าฝั่งไทยมาก อาธิเช่น กระเป๋าแบรนด์เนม รองเท้า ซึ้งล้วนต่างเป็น งานมิลเลอร์ เกรดA อีกทั้งยังมีของจุกจิกมากมายให้เราได้เลือกซื้อเลือกหา แต่ก่อนจะไปต้องทำหนังสือเดินทางชั่วคราวกันก่อนนะครับ เข้าไปที่ ที่ว่าการอำเภอแม่สาย ค่าบริการอยู่คนละ 30 บาท ฝั่งทางพม่าอีก 10 บาท รวม 40 บาท ในการข้ามฝั่งไป-กลับ

สถานที่ออกหนังสือผ่านแดน เตรียมเงิน คนละ 30 บาท และต้องเป็นบัตรจำตัวตัวจริงเท่านั้น ในกรณีไม่มีบัตรประจำตัว ให้ใช้ใบขับขี่ หรือบัตรข้าราชการ ที่มีเลขประจำตัว 13 หลัก >>คลิ๊กเพื่อรับGPSนำทาง<<

หลังจากที่เราได้หนังสือเดินทางชั่วคราวเรียบร้อยแล้ว ก็เดินทางมายังด่านข้ามฝั่งชายแดน หาที่จิดรถคันละประมาณ 40-50 บาท แล้วแต่สถานที่ให้เช้าจอด >>กดเพื่อรับGPSนำทาง<<

แวะเข้าไปถ่ายรูปได้ ทางด้านขวาของด่านฝั่งไทย

 จากนั้นเดินเข้าไปอีกฝั่ง ใช้หนังสือที่ทางการออกให้ เป็นกระดาษA4สีขาว 1 ใบ และ บัตรประชาชนตัวจริง เพื่อตรวจความถูกต้อง

เมื่อถึงอีกฝั่งก็ชำระค่าธรรมเนียมอีก 10 บาท เพื่อเข้าฝั่งพม่า จากนั้นเดินลงบรรไดมาทางด้านขวา แล้วจะพบกับ ตลาดของถูกขนาดมหึมา
–ชายแดนไทย-พม่า (แม่สาย-ท่าขี้เหล็ก)–
เปิดบริการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ
ตั้งแต่เวลา 06.30-21.00 น.
ค่าธรรมเนียมออกหนังสือฝั่งไทย 30 บาท
หลักฐานในการแสดงตัวตน 
-บัตรประจำตัวประชาชน หรือ
-ใบขับขี่ที่มีเลขประจำตัว 13 หลัก หรือ
-บัตรข้าราชการที่มีเลขประจำตัว 13 หลัก 
ค่าธรรมเนียมฝั่งพม่า 10 บาท
รวมทั้งสิ้น 40 ในการเดินทางไป-กลับ (ขากลับไม่ต้องเสีย)
ถานที่ออกหนังสือผ่านแดน  >>คลิ๊กเพื่อรับGPSนำทาง<<
ด่าน แม่สาย-ท่าขี้เหล็ก  >>กดเพื่อรับGPSนำทาง<<
——————————
—ไร่ชาฉุยฟง—หลังจากที่เรากลับมาจากการช็อปปิ้งแล้ว ก็แวะเข้ามาดื่มชา กาแฟ ทานอาหารที่ไร่ชาฉุยฟง พร้อมทั้งบรรยากาศไร่ชาที่เป็นชั้นเป็นชั้น หรือที่เรียกว่า ชาขั้นบรรได จุดเด่นของไร่ชาแห่งนี้คือ จัดเตรียมสถานที่ให้นักท่องเที่ยวเป็นจุดๆ ในการจอดแวะถ่ายรูปเซลฟี่ รูปหมู อัพ Face IG อวดเพื่อนๆที่ไม่ได้มากับเราในทริปนี้ด้วย ฮุๆ ซึ่งไร่ชาแห่งนี้ มีเนื้อที่กว่า 500 ไร่

—ไร่ชาฉุยฟง—
ตั้งอยู่ที่ อ.แม่จัน จังหวัดเชียงราย
เปิดให้บริการทุกวัน
ตั้งแต่เวลา
08.30-17.30 น.
สินค้า ชา กาแฟ ขนมเค้ก
ราคา
45-300 บาท
Location : >>กดเพื่อรับGPSนำทาง<<
—————————
————————————–

DAY 3

—ไร่เชิญตะวัน ท่าน ว.วชิรเมธี—เป็นสถานปฏิบัติธรรมที่ทรงคุณค่าแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆของประเทศ เดิมทีเป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่า โดยเมื่อปี พ.ศ.2552 ท่าน ว.วชิรเมธี ได้เข้ามาบุกเบิก เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางการค้นคว้า ด้านพุทธศาสนา จนถึงปัจจุบัน และได้สร้างงาน ให้ชาวบ้านในระแวกนั้น ได้มีรายได้ อาทิเช่น การนวดแผนโบราณ ที่ไม่เรียกราคาเงิน ให้ผู้รับบริการมอบให้ตามจิตศรัทธา เป็นต้น อีกทั้งยังมีโครงการศูนย์วิปัสนากรรมฐาน ที่ให้เพื่อนมนุษย์ทั้งหลาย ที่ต้องการแสวงหาความสงบทางจิตใจ ได้เข้าครอสรักษาศีล 8 นั่งวิปัสนากรรมฐาน และเดินจรงกรม และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย คอร์ส 3 วัน 5 วัน 7 วัน

ทางเข้าศูนย์วิปัสนากรรมฐาน ไร่เชิญตะวัน

หากมาเป็นหมูคณะ หรือผู้สูงวัยมาด้วย ก็มีรถไว้รอรับบริการ

สองข้างทางเข้าศูนย์

—ไร่เชิญตะวัน ท่าน ว.วชิรเมธี—
เปิดให้เข้าชมทุกวัน
ตั้งแต่เวลา
08.00 – 17.00 น.
ที่จอดรถ
ฟรี
มีกาแฟ อาหาร ร้านค้า คอยให้บริการ
Location : >>กดเพื่อรับGPSนำทาง<<
———————————-

———————————-

—ภูชี้ฟ้า—
กล่าวกันว่า ถ้ามาเที่ยวเชียงรายเป็นเรื่องเป็นราวแล้ว ไม่มาเยือนภูชี้ฟ้า ถือว่า มาไม่ถึง ^_^ นั้นก็อาจจะยังใช้ได้อยู่ สำหรับสายผจนภัย เดินป่าเดินเขา เรียกได้ว่าเป็นจุดจุดไคลแม็กซ์เลยก็ว่าได้ครับ สำหรับสถานที่แห่งนี้ วันสุดท้ายทิ้งทวนก่อนเดินทางกลับไปทำงานสู้กันต่อไป ม่ะ!

ออกเดินทางจากตัวเมืองประมาณ ตี 3-4 ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชม. เมื่อเดินทางมาถึงแล้ว ก็จะพบกับป้ายบอกทางมากมาย ซึ่งได้รับความนิยมในการจอดข้างทาง มาถ่ายรูปกับป้าย บอกให้โลกรู้ว่า
“ฉั้นมาถึงแล้วน๊ะ” ^_^

หากไม่ใช่ช่วงหน้าไฮท์ซีซั่น สามารถขับรถขึ้นไปเองได้ แต่ถ้าช่วงหน้าไฮท์ ทางเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาติให้นำรถขึ้นไปเอง เพราะเกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก เห้ยแกร….หน้าไฮท์ไม่ให้เอารถขึ้น แล้วจะขึ้นไปได้เยี้ยงไร? ไม่ต้องกังวลฮ่ะ จะมีรถกระบะที่ชาวบ้านในระแวกนั้นนำพาท่านขึ้นไปส่ง คนละประมาณ 30-50 บาท ต่อเที่ยว

จากนั้นก็เดินต่อขึ้นมาอีก ประมาณ 1 กม. อู๊วส์ เดินขึ้นเขา 1 โล ฮุๆ

แต่คุ้มน่ะ ได้ออกกำลังกาย ให้ปอด หัวใจ ทำงานหนักหน่อย แล้วค่อยมานั่งพัก สูดลมหายใจบริสุทธิ์

เย้!

—ภูชี้ฟ้า—เปิดให้ขึ้นไปทุกวัน หลีกเลี่ยงวันที่ฝนพรำ เพราะทางมันลื่น….!

ค่าเข้าชม ฟรี
ช่วงเวลาแนะนำ 06.00-10.00 น.
Location : กดเพื่อรับGPSนำทาง

———————————
–ดอยผาตั้ง–มาถึงจุดสุดท้ายของทริปนี้ ทีี่อยากจะนำเสนอ ก่อนที่คุณผู้ชมจะเดินทางกลับบ้าน ไปใช้ชีวิตตามปกติ ที่แห่งนี้ก็คือ “ดอยผาตั้ง” ความพิเศษของสถานที่แห่งนี้ ตามความรู้สึกของผู้รีวิวเองคือ อืม….ธรรมชาตินำมาก่อนละ อีกทั้งมีโขดหินตามจุดต่างๆ ให้เราได้ถ่าย เป็นมุมๆ ทะเลหมอกจากฝั่งลาว นี้ขนาดไปถึงประมาณ 10 โมง ยังไม่จางเลยนะฮ่ะคุณผู้ชม มีพระพุทธรูปให้เราได้กราบไว้บูชา แล้วก็ เอิม…..ที่สำคุณคือ ทางเดิน อีกแล้วหรา? คล้ายลักษณะสันเขา ฟังดูก็ไม่ได้เลวร้านอะไรขนาดนั้นนะ ชมภาพกันเลยฮ่ะ

เมื่อมาถึงแล้ว ตรงลานจอดรถ ก็จะมีจุดเช็คอินถ่ายรูป

จากนั้นก็เริ่มเดินขึ้นเขา ในปากทางเข้า

เมื่อเดินลงมาทางซ้ายมือก็จะเป็นประตูโขดหิน ให้เราได้เดินลงไปถ่ายรูป

เดินย้อนกลับมาเลี้ยงขวา ก็จะไปชมธรรมชาติฝั่งลาว

เดินมาอีกนิดนุง ก็จะพบกับพระพุทธรูป สาธุๆ

นั้นไง บนทางเดินที่เราเดินเคียง….

เดินมาสักพักเริ่มมีอาการหอบรับประทาน พักแป๊บ!

กลางทาง มีจุดถ่ายรูปสวยๆ

เมื่อเดินขึ้นมาบนจุดสูง ไม่รู้สุดป้าว รู้แต่ว่า สวยมาก  ครับ ปิดทริปได้อย่างน่าประทับใจ

–ดอยผาตั้ง–เปิดบริการทุกวัน หลีกเลี่ยงวันที่ฝนตก
ช่วงเวลาแนะนำ 08.00 – 12.00 น.
ที่จอดรถ ฟรี
ค่าเข้าชม ฟรี
Location : >>กดเพื่อรับGPSนำทาง<<


เป็นอย่างไรกันบ้างฮ่ะ สำหรับ 16 สถานที่ท่องเที่ยว ที่บิ๊กแมพไทยแลนด์ ในส่วนของ Review ได้ลงพื้นที่ ไปรีวิวให้คุณผุ้ชมได้ชมกัน สุดติ่งไปเลย ฝากไว้ด้วยนะฮ่ะ ถ้าถูกใจ ก็อย่าลืมแชร์ต่อให้เพื่อนๆได้ดูกันด้วย Admin จะได้มีกำลังใจในการรีวิวครั้งต่อไป สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ ^_^

คอมพังที่เชียงรายทำไง

ติดตาม & แชร์