s__15081594

Chiangrai Map 2016

Chiangrai Map  See on Map

Map-ChiangRai 2559-2

History

ประวัติวัดร่องขุ่น
เมื่อประมาณ ๑๑๗ ปี (พ.ศ. ๒๔๓๐) ตรงกับสมัยปลายรัชกาลที่ ๖ มีชาวบ้านเข้ามาจับจองที่ดินทำไร่นาบริเวณบ้านร่องขุ่นในปัจจุบันเพียงไม่กี่หลังคาเรือน โดยอาศัยลำน้ำสายเล็กๆ ที่ไหลลงสู่แม่น้ำแม่ลาวซึ่งมีลักษณะสีขุ่นเลี้ยงชีพชาวบ้านจึงเรียกกันติดปากว่า “บ้านฮ่องขุ่น” หรือบ้านร่องขุ่น ในภาษากลางมาโดยตลอดหลังขุนอุดมกิจ เกษมราษฎร์ นำครอบครัวญาติมิตรเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านจนเพิ่มจำนวนมากขึ้นกว่า ๕๐ หลังคาเรือน ท่านจึงได้ดำริที่จะสร้างสำนักสงฆ์ขึ้นภายในหมู่บ้าน เพื่อจะได้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชุมชนวัดร่องขุ่นจึงถือกำเนิดครั้งแรก ณ ริมฝั่งน้ำแม่ลาวด้านทิศตะวันตกใกล้กับลำน้ำแม่มอญ ซึ่งอยู่เลยลำน้ำร่องขุ่นไปทางทิศใต้ประมาณ ๕๐๐ เมตร คณะศรัทธาได้ร่วมใจกันสร้างศาลาและกุฏิเป็นเรือนไม้แบบง่ายๆ เพื่อใช้ประกอบศาสนกิจ โดยชาวบ้านได้ไปอาราธนานิมนต์พระทองสุข บาวิน จากวัดสันทรายน้อย หมู่ ๑๓ มาเป็นเจ้าอาวาส
ต่อมาเกิดน้ำเซาะตลิ่งพังจนไม่สามารถรักษาศาสนสถานไว้ได้
มาจนถึงสมัยของคุณพ่อหมี แก้วเลื่อมใส เป็นผู้นำชุมชน ได้ร่วมกันกับ
ชาวบ้านย้ายวัดมาตั้งอยู่ในบริเวณหัวนาของท่าน ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนด้านทิศตะวันตกติดกับลำน้ำร่องขุ่น จากนั้นไม่นานพระทองสุข
ได้ย้ายออกจากวัด จึงเหลือเพียงสามเณร ๓ รูป ในจำนวนนี้มีสามเณรทา ดีวรัตน์ ได้ลาสิกขาออกมาเป็นฆราวาส นายทาเป็นผู้ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ จึงได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ใหญ่บ้าน และสุดท้ายได้เป็นกำนันประจำตำบลบัวสลี (กำนันคนแรกของหมู่บ้านร่องขุ่น)กำนันทา ดีวรัตน์ เห็นว่าหมู่บ้านเริ่มใหญ่ขึ้น ผู้คนมากหลาย วัดวาคับแคบ อีกทั้งเป็นที่ลุ่มใกล้ลำน้ำ เมื่อถึงฤดูน้ำหลากสร้างความ
เดือดร้อนให้กับชาวบ้าน กำนันและคณะศรัทธาจึงได้ทำการย้ายวัดมา
ตั้งอยู่บนที่ดินในปัจจุบันนี้ โดยนางบัวแก้ว ภรรยากำนันทา เป็นผู้ยกที่ดินให้สร้างวัดจำนวน ๔ ไร่เศษ คณะศรัทธาได้ร่วมกันสร้างศาลา
เรือนไม้ ๑ หลัง เมื่อแล้วเสร็จจึงร่วมกันเดินทางไปอาราธนานิมนต์
พระดวงรส อาภากโร จากวัดมุงเมือง อำเภอเมือง มาเป็นเจ้าอาวาส
โดยมีพระครูพุทธิสาระเวที เป็นผู้แนะนำในยุคสมัยพระดวงรส
อาภากโร เป็นเจ้าอาวาส วัดเจริญรุ่งเรืองมาก มีพระจำพรรษาถึง
๔ รูป สามเณรร่วม ๑๐ รูป แม่ชี ๒ คน กาลเวลาล่วงไปหลายพรรษา พระดวงรสได้ย้ายไปอยู่วัดอื่น ทำให้วัดร่องขุ่นขาดผู้นำ
คณะสงฆ์ คณะศรัทธาจึงได้ร่วมกันเดินทางไปพบเจ้าคณะอำเภอ
เพื่อขอพระภิกษุมาเป็นเจ้าอาวาส ท่านเจ้าคณะอำเภอได้ส่งพระอินตา
มาอยู่จำพรรษา แต่อยู่ได้เพียงพรรษาเดียว พระอินตาก็ย้ายออกไปอยู่วัดอื่น คณะศรัทธาชาวบ้านจึงได้เดินทางไปวัดสันทรายน้อย
อีกครั้ง เพื่อขออาราธนานิมนต์พระไสว ชาคโร มาเป็นเจ้าอาวาส
เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๙ ถึงปัจจุบันพระไสว ชาคโร เป็นพระที่คณะศรัทธา
ในหมู่บ้านและต่างแดนเลื่อมใสมาก ท่านได้สร้างอุโบสถใน
ปี ๒๕๐๗ ต่อมา พระไสว กำนันเป็งไชยลังกา พร้อมคณะศรัทธาไปอาราธนาพระหินโบราณจากหมู่บ้านหนองสระ อำเภอแม่ใจ มาเป็นพระประธานในอุโบสถปี ๒๕๒๐ ได้รับวิสุงคสีมาปี ๒๕๒๙ ได้บูรณะซ่อมแซมกำแพงวัด ปี ๒๕๓๓ สร้างหอฉันและซุ้มประตูวัดด้านข้าง
ขณะที่วัดร่องขุ่นเจริญรุ่งเรืองด้วยคณะศรัทธาชาวไทยและ
ชาวจีนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน และบ้างก็แยกย้ายกันออกไปอยู่ต่างถิ่น
เมื่อร่ำรวยแล้วก็หวนกลับมาช่วยกันทำนุบำรุงรักษาวัดตามอัตภาพ
ทั้งยังมีคณะศรัทธาต่างถิ่นที่เลื่อมใสศรัทธาในพระไสวเป็น
จำนวนมาก ได้เดินทางมาร่วมทำบุญในการก่อสร้างศาสนสถานจนแล้วเสร็จทั้งหมด ด้วยความเป็นพระนักพัฒนา ปี พ.ศ. ๒๕๓๗
พระไสวได้รับแต่งตั้งสมณศักดิ์เป็นพระครูชาคริยานุยุตในปี ๒๕๓๘ พระครูชาคริยานุยุตได้ทำการก่อสร้างศาลาอบสมุนไพรขึ้น เพื่อหวังให้การบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ของวัด
เพื่อสังคม แต่ท่านได้อาพาธด้วยโรคอัมพฤกษ์และอัมพาตเสียก่อน
จึงล้มเลิกโครงการไป ในปีเดียวกันนี้คณะศรัทธาวัดร่องขุ่นมี
ความเห็นว่าอุโบสถที่สร้างมาร่วม ๓๘ ปี อยู่ในสภาพทรุดโทรมมาก ใช้ทำสังฆกรรมไม่ได้ กลับเป็นที่อยู่ของค้างคาวฝูงใหญ่ จึงคิดจะสร้างอุโบสถหลังใหม่ขึ้น ดังนั้น เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๓๘ จึงได้ทำพิธีรื้อถอนอุโบสถ และประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ในการก่อสร้าง
เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๓๘ วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๙ ได้เริ่ม
ลงมือก่อสร้างอุโบสถหลังปัจจุบัน แต่เสร็จเพียงแค่โครงสร้างตัวอุโบสถองค์กลางเท่านั้น ปัจจัยของวัดเริ่มขาดแคลนเพราะภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่แตกในปี ๒๕๔๐ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จิตรกรผู้มีชื่อเสียงระดับชาติ ซึ่งเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขคนบ้านร่องขุ่นโดยกำเนิด ได้ปวารณาตนเข้ามาสานต่อเพื่อสร้างอุโบสถถวายเป็นพุทธบูชาหวังให้เป็น “งานศิลป์เพื่อแผ่นดิน” ด้วยปัจจัยของท่านเอง
โดยพระครูชาคริยานุยุต และคณะศรัทธาชาวบ้านไม่ต้องลำบากในการหาเงินมาสร้างวัดในภาวะเศรษฐกิจของชาติที่กำลังตกต่ำอาจารย์เฉลิมชัยได้เข้ามาทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมแบบแปลน
ตามปรารถนาของท่าน
อาจารย์เฉลิมชัย ได้รับอนุญาตจากท่านเจ้าอาวาส และคณะศรัทธาชาวบ้านให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายในวัดร่องขุ่นทุกหลังไม่ว่าจะเป็นศาลา กุฏิพระ หอฉัน ศาลาอบสมุนไพร ซุ้มประตูทางเข้าวัดประปาหมู่บ้าน และกำแพงวัด เพื่อปรับภูมิทัศน์ให้สวยงาม
จากที่ดินเดิมของวัด ๔ ไร่ ๓ งาน ๙๖.๓ ตารางวา อาจารย์ท่าน
ได้ซื้อที่ดินเพิ่มเป็น ๗๐ ไร่ ๒ งาน ๕๕.๘ ตารางวา เพื่อขยายวัดร่องขุ่น
ให้งดงามอลังการด้วยมวลหมู่สถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัยที่วิจิตรพิสดาร ซึ่งประกอบไปด้วย อุโบสถ หอพระธาตุ สะพานสุขาวดี
หอพระพุทธรูป กุฏิพระ หอชำระกาย หอธรรมหลวง เมรุ ศาลาประกอบพิธี หอพระพิฆเนศ หอศิลป์ อาคารจำหน่ายของที่ระลึก ห้องน้ำทอง ห้องน้ำสากล ซุ้มประตูหลวง อาคารรับรองอเนกประสงค์ และพื้นที่จอดรถกว่า ๕๐๐ คัน
ท่านอาจารย์เฉลิมชัย ได้ตั้งจิตอธิษฐานขอถวายตนรับใช้พระพุทธศาสนาตั้งแต่อายุได้ ๔๒ ปี (พ.ศ. ๒๕๔๐) ท่านอุทิศตนหาเงินสร้างวัดร่องขุ่นด้วยตนเอง พร้อมประกาศไม่ขอรับเงินบริจาคจากใคร ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชน
บัดนี้ ปี พ.ศ. ๒๕๕๘ อาจารย์เฉลิมชัยมีอายุ ๖๐ ปี สิบแปดปี
ผ่านไปกับการอุทิศตน ด้วยความวิริยอุตสาหะ พากเพียร อดทนของท่าน ทำให้วัดร่องขุ่นที่ไม่มีใครรู้จัก กลายเป็นวัดสีขาว ที่โด่งดังไป
ทั่วโลก เป็นที่เชิดหน้าชูตาแก่จังหวัดเชียงราย และประเทศชาติ
อาจารย์เฉลิมชัยท่านพูดเสมอว่าท่านต้องการที่จะเป็นตัวอย่างของคนดีที่สุดคนหนึ่งของประเทศ ที่อุทิศชีวิตเพื่อสร้างสรรค์งานศิลปะที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกให้แก่ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
และมวลมนุษยชาติของโลกอันเป็นที่รักยิ่งของท่านไปจวบจนสิ้น
ลมหายใจ ณ วัดร่องขุ่นแห่งนี้
เรียบเรียงโดยอาจารย์ดอน ชัยรัตน์
(อดีตรองประธานกรรมการวัดร่องขุ่น)

******************

白庙历史

大约公元一八六〇年拉玛六世在位时期,少数村民到现今的隆坤村定居,以耕作为生。由于所倚赖的佬河小支流颜色浑浊,因此一直以来村民习惯将村庄称为“万丰坤”或是“万隆坤”。当坤乌隆基•甘随拉带领亲朋好友到此定居之后,当地住户增加了五十多户。他计划在村庄里修建佛寺作为村民的精神寄托地,于是白庙就建在了湄孟河附近的佬河西河畔,即隆坤河往南五百米处。众教徒同心协力修建了用于进行宗教活动的简易木制佛阁与僧舍,村民们还到十三村的善塞奈寺恭请通素•巴威长老到白庙任住持。后来河水不断侵蚀河畔,因此河畔便不宜再成为宗教场所,于是当地村民领袖昆帕迷•交棱塞与村民们一同将佛寺迁到他自家农田附近,即马路对面的西边临隆坤河一带。不久之后,通素•巴威长老转去了其他寺庙,寺内因此只剩下三名沙弥,其中一位名为铊•理哇叻的沙弥回家修行,成为居士,得到当地村民景仰爱戴,被选为村长,最后成为磨沙廉镇镇长(第一位来自隆坤村的镇长)。铊镇长看到村庄不断扩大,村民越来越多,寺庙也显得日趋狭小,而且寺庙位于河畔的低洼处,每到河水泛滥之时,总是让当地村民烦恼不已,于是镇长与众教徒把佛寺迁移到了现今所在的位置。铊镇长的夫人磨娇女士捐献了十亩多的土地用于修建寺庙,众教徒便合力修建了
一座木制佛阁。木佛阁落成后,众人便到清莱市牡孟寺恭请由菩缇沙拉威缇长老推荐的东罗•阿帕捞长老到白庙任住持。东罗长老担任住持期间,佛寺香火鼎盛,有四名和尚、十名沙弥、两名尼姑在此修行。数年飞逝,东罗长老转去了其他寺庙,白庙因此无住持,僧团与众教徒敬请县僧长派一位和尚到白庙任住持,县僧长指派因达长老到白庙任住持,但因达长老只待了一年就转到其他寺庙去了,众教徒再次来到善塞奈寺恭请沙威•差咖罗长老到白庙任住持。自公元一九五六年至今,国内外众教徒皆景仰沙威•差咖罗长老。沙威长老在一九六四年修建了大雄宝殿,之后他与冰•筛郎嘎镇长、众教徒一齐到夜之县农沙村请一尊古石佛像到新建的大雄宝殿作为主佛。一九七七年白庙获皇室御赐大殿标志,一九八六年寺庙重修围墙,一九九〇年则修建僧堂和寺庙侧门。白庙因当地泰籍与中国籍教徒的朝圣而日益兴盛,一些在外居住的教徒们,也包括了众多景仰沙威长老的教徒,事业有成后都回来为白庙的建设捐钱出力,直寺内所有建筑修建完毕。由于沙威长老是位有发展眼光的高僧,一九九四年沙威长老荣获皇室赐予“差基亚努乌法师”称号,一九九五年差基亚努乌法师修建药浴轩,用于治疗瘾君子,这是白庙为回报社会而立的一个大项目。但差基亚努乌法师却在此时生病瘫痪,项目因此中止。同年白庙众教徒看到已建成了近三十八年的大雄宝殿过于破旧,不再适于做法事,还成为了大群蝙蝠的巢穴,于是打算新建一座大雄宝殿,因此于一九九五年六月三日举行法事拆除旧大雄宝殿,同年十一月二十六日举行新殿奠基仪式。一九九六年二月三日开始修建现今的大雄宝殿,但刚建好大殿的中间部分,白庙就受到一九九七年经济危机的影响而资金短缺。出生于隆坤村的著名国家级艺术家许龙才大师,毛遂自荐接下后续修筑大殿的工作,自费创作“国家的艺术品”,希望藉此善举敬奉佛祖。而差基亚努乌法师与众教徒不用再在经济危机时期四处筹资修建大殿了,许龙才大师则可以依据自己的设想修改大殿的设计图。
许龙才大师征得住持与众教徒的同意,为了美观而拆除掉寺内所有建筑物,不管是佛阁、僧舍、僧堂、药浴轩、寺庙入口,还是村庄自来水供水系统和寺庙围墙。
白庙原本土地面积为七千九百八十五点二平方米,为了扩建寺庙,许龙才大师买下土地赠予白庙,使之面积扩大为十一万三千〇二十三点二平方米。许龙才大师将当代泰国建筑以新奇华丽的形式呈现,使白庙愈加美轮美奂,其中包括 佛堂,佛陀舍利塔,苏卡瓦帝桥,佛陀高塔,艺术画廊, 纪念商品馆, 入口,洁净塔,黄金洗手间,公共广播塔,许原池/井,佛法大厅,火葬场大厅,火葬场,和尚公馆,佛法花园,洗手间,钟楼,甘尼萨展览馆,甘尼萨大堂,制模广房,黄金洗手间和停车场。许龙才大师从他四十二岁开始(即一九九七年)就发誓要为佛教奉献身心,他为修建白庙而四处筹备资金,同时声明不愿接受任何政府或私人的捐款。
现在是二〇一六年,许龙才大师已经六十二花甲,他奉献了整整二十年。经过他的努力,白庙由以前的默默无闻到现在的无人不知、无人不晓,已然是泰国和清莱府的骄傲。许龙才大师总是说他想要成为一个将所创作的世界级伟大艺术作品献于热爱的祖国、景仰的佛教、尊重的国王和爱戴的世人的最佳榜样,直到他的呼吸在白庙里停止的那一刻。
由端•猜叻先生编辑
(前白庙委员会副主席)
创作白庙的动力来源

Google Map

Restaurant

Hotel Resort

Business

Attractions

%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%87Doi Tung.

Chiang Rai, 700-year-old civilized Nakorn has deep charm of Lanna culture. Beautifully located in the surroundings of the forest, lush night starts later caused the Doi Tung development project over the past 30 years with the God of the prostheses Foundation of h.r.h. the Princess mother. The tribes and people of flat surfaces in the area around Doi Tung.The Summit of DOI Nang non Thailand-Myanmar border have changed trajectory, from cultivation and opium addiction pave forest loggers and plantation metaphysical turn to agriculture crops of temperate vegetables plantation coffee & macadamia nuts. Create works of sewing weave that connect local raw materials and craftsmanship, native applications in daily life international in 30 ethnic groups, while still living quietly as his shoulders and upper hill. Strong attachment to their traditional urban culture without being swallowed.

Commemorate “Mae FAH Luang” Hall biography . Learn the philosophy in order to maintain the life of the prostheses Foundation of h.r.h. the Princess mother. Exalted new Doi Tung. MPs took khanphra name as “Mae FA Luang”. With modern techniques, the exhibition exciting and emotional shock since he came to the dissimilar to die before going back to the early part of his life. First found it Tongzhi porn expatriated South minorities Ceremonial marriage sphere joint used to live in England and Germany United States President was asked about the shape of the nationals of Thailand 2 him with the King’s brother, Mrs. Thoe work in health, education, religion, charitable, and he received the distinguished by UNESCO as the person of the century 20.

Advantage visit Doi Tung Two-storey wooden houses on different levels. The architecture is a mix between a wooden wing with Lanna House Chalet Swiss (Swiss Chalet) overlooking mountains complex. In the middle is a nickname to look to pay homage. Star ceiling photo group and solar system stars are in the same position that used to appear at 2443 b.e. October 21 birthday. Around the Palace is decorated with tropical flowers. Can watch the bedchamber and work rooms that reflect the moral Act forms a magnificent, simple.

Alpen rose Đồng walks at Mae FAH Luang Arboretum nature path peaceful environment with the scent of pine into Dong rose a thousand varieties, and then visit the glacier will. Glaciers that pour the POPs flows into below.

Watch the winter wood recreational facilities at Mae FAH Luang garden . Be dazzled by converting the flowers and shrubs from all over the world. Rotating bloom year round beautiful natural rugs stories vary according to the season. Visit the rock garden. Garden fountainsWater sprang to modify every year during the winter months, from October to April, blankets.
Discover hill tribe villages in the Akha tribal life (Indian anal) hu (museon) Thailand (Chan) and a Chinese immigrant that maintains the old rituals, dancing area, rich in tribal, civilization-Wai now.
Doi Tung craft market at the world Center for crafts production center and outlet has a unique design, perfect for those items to be meticulous, hand-woven fabrics, select the items from the hand-woven carpets, paper products can work and porcelain ranging, Doi Tung coffee and macadamia nuts, and product branding, Doi Tung received the UNODC (United Nations Office on Drugs and Crime), the product is the inhibitory drugs and poverty relief. Logo of the Doi Tung project received the product. Demonstrate success in sustainable development, poverty relief and terminate the production of drugs.

For more information, please contact Doi Tung development project. Mae FAH LuangChiang Rai. 
Tel : 053-767015-7.
Web site : www.doitung.org .

%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99Wat Rong Khun

Designed and built by Professor Daniel kosit pipat famous artist of Thailand. Created by gravity, the Swiss commitment Gorgeous art, sculpting, strange Eyes merge though … Both the stucco and glass walls to complement the large. Highlight of the temple is the temple is decorated with shiny silver wire laikrachok is linear in different layers. Gable decorated with serpent na Sarawak with Turkey, Sesame, look very interesting. The murals in the temple is the master’s own paintings.

%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2

 Phu Chi FA

Phu Chi FAH forest conservation areas are in the field or forest, zone C according to the ZONING map of space exploration and should see the establishment of a park. Approximately 2,500 acres, the forest Department has ordered the establishment of a park when February 6 this terrain 2541.
– North Purely provincial highway line 1093
– The South registered the Ridge
– East Write down the Ridge/Thailand border – Lao People’s Democratic Republic.
– The West. Purely provincial highway line 1093 terrain Park area is high in the mountains of DOI PHA Mon. Border Thailand – Lao People’s Democratic Republic, from sea level to 1,200 m 1,628 meters the highest point is a scenic area with an average slope of about 40 percent of the areas.

Climate is relatively cool, mountain air, but the season will be a tropical monsoon; Influenced by the southwest monsoon wind during the rainy season and the North-East winds during the winter season is divided into three summer months from March to may, rainy season from June to October and winter from November to February.

For more information, please contact Phu Chi FA in the national forest.Wild mom based on right side and wild mom local home WOR Sesame umbrella sky. Moo 9, t. Paul Wiang Kaen and Baan FAH Tue Thailand MU t. heat 10. Amphur thoeng Chiang Rai.
Tel :081-8834510
Homepage : http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp/style2/default.asp?npid=65&lg=1

%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87

the DOI Mae Salong.

DOI Mae Salong, Chiang Rai town 75 km journey takes approximately 1.5 hours is the name of a Chinese community referred Hong Kong properties Division the main source area 93 on this property for over 40 years, the current Chinese communities on DOI Mae Salong village named Santi Kiri.Located at a height of 1,200 m above sea level, the average air cooler throughout the year. The main revenues come from the planting of oolong tea.The House of peace, is a large community, if anyone has a population of about 800 homes have both a Church Temple mosque Thailand military Bank, telephone and power systems that provide perfect services.

DOI Mae Salong is a community of ex-soldier Brigade affiliated with 93 Chinese Kuomintang of Chiang Kai-shek-Shek. Battles in the South of China during World War II, subsequently major changes occurred in China. When the Communist Party led by Mao, Tung takeover succeeds. Thereby, the Kuomintang retreat to Taiwan Island Divers Brigade 93 became the exile forces were pushing hard until the retreat into Burma, but the district is pushing the Myanmar Department. The collision occurred several times, until the need to retreat to the border of Thailand, Doi Tung mountains.

DOI Mae Salong are major tourist attractions include monuments, nationals of Thailand descent chinodit Chinese national troops exhibits various history.Open every day from 08.00-17.00 p.m. admission to persons 30 50 baht for Thailand and in early January. The cherry blossoms are in full bloom. Charotdi and food tastings, China Yunnan.

For more information, please contact Subdistrict administrative organization Mae Salong NOK Tambol Mae Salong NOK Mae FAH Luang Chiang Rai.
Tel :053-765129

%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99

 ancient city of Chiang Saen.

Yeng Sene Used to be the center of the Lanna Kingdom in early and is one of many in the North. Formerly Vieng Hiran Nakhon silver rubber Even today, the remains of ancient walls and many ancient monuments. Appear in both inside and outside the old city walls, within the town contains an ancient temple created and where, during the 18th century-21 switch to houses of villagers.Sightseeing should start from the Chiang Saen National Museum near the PA SAK gate is opposite Wat Chedi Luang is a tourist information center, Chiang Saen. From this point to visit historic sites in a radius of no more than 1.5 kilometres.

The ancient city of Chiang Saen. From the city centre of about 59 km, by separation from the highway 110 at Mae Chan District along Highway 31 approximately 1016 km.